เรกิ (Reiki) คือศาสตร์การผ่อนคลายจากญี่ปุ่น ผู้ให้บริการจะวางมือเบา ๆ บนตัวเรา หรือวางห่างจากตัวเล็กน้อย ขณะที่เรานอนหรือนั่งโดยสวมเสื้อผ้าตามปกติ ในไทยสามารถจองเซสชันได้ทั้งที่สตูดิโอ ให้มาที่บ้านหรือโรงแรม หรือทำแบบออนไลน์ โดยราคาแต่ละคนกำหนดเอง
เรกิคืออะไร มาจากไหน
เรกิถูกพัฒนาขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นโดยมิกาโอะ อุซุอิ (Mikao Usui) ในช่วงทศวรรษ 1920 คำว่า "เรกิ" มักแปลว่า "พลังชีวิตแห่งจักรวาล" โดย เร หมายถึงสิ่งที่เป็นสากลหรือจิตวิญญาณ ส่วน กิ คือพลังชีวิต คล้ายกับคำว่า "ชี่" ในแนวคิดของจีน อุซุอิสอนวิธีที่รวมการวางมือในตำแหน่งต่าง ๆ การทำสมาธิ และหลักการใช้ชีวิตง่าย ๆ ที่มักสรุปไว้ว่า "เฉพาะวันนี้ ไม่โกรธ ไม่กังวล รู้สึกขอบคุณ ทำงานอย่างซื่อสัตย์ และมีเมตตา"
หลังจากอุซุอิ ศิษย์ของท่าน เช่น ชูจิโร ฮายาชิ (Chujiro Hayashi) ได้ถ่ายทอดต่อ และฮาวาโยะ ทาคาตะ (Hawayo Takata) ได้นำเรกิไปเผยแพร่ที่ฮาวายและสหรัฐอเมริกา จากนั้นเรกิก็แพร่หลายไปทั่วโลกในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 และแตกออกเป็นหลายสำนัก ที่รู้จักกันมากที่สุดคือ อุซุอิเรกิ (Usui Reiki) แต่ก็ยังมีชื่ออื่น ๆ เช่น คารูน่าเรกิ (Karuna Reiki) โฮลี่ไฟร์ (Holy Fire) หรือเรกิสายญี่ปุ่นอย่าง จิกิเด็น (Jikiden) และ เก็นได (Gendai) ซึ่งแต่ละสายมีแนวทางของตัวเอง
การเรียนเรกิแบ่งเป็นระดับ บางที่เรียกว่า "ขั้น" ระดับ 1 เน้นการฝึกให้ตัวเองและคนใกล้ตัว ระดับ 2 จะเพิ่มสัญลักษณ์และการส่งเรกิทางไกล ส่วนระดับมาสเตอร์ (Master) สำหรับคนที่อยากเป็นครูเรกิ ระดับเหล่านี้เป็นของแต่ละสำนักเอง เรกิไม่ใช่วิชาชีพที่มีกฎหมายควบคุมในประเทศไทยหรือในประเทศส่วนใหญ่ และไม่มีใบประกอบวิชาชีพที่รัฐออกให้
มีเรื่องหนึ่งที่ควรพูดให้ชัด คือคำว่า "พลังงาน" ในเรกิเป็นแนวคิดเชิงประเพณีและจิตวิญญาณ ยังไม่มีการวัดหรือพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ หลายคนชอบเรกิเพราะเป็นช่วงเวลาที่ได้สงบและได้รับการดูแลอย่างใส่ใจ และเราก็นำเสนอเรกิในมุมนั้น
เซสชันเรกิเป็นอย่างไร
ไม่ว่าจะเป็นสำนักไหน เซสชันเรกิส่วนใหญ่มีขั้นตอนคล้าย ๆ กัน
คุยกันสั้น ๆ ก่อนเริ่ม ผู้ให้บริการจะถามว่าเรารู้สึกอย่างไร มาด้วยเรื่องอะไร มีโรคประจำตัวหรือไม่ และโอเคกับการสัมผัสเบา ๆ ไหม เป็นจังหวะที่ดีที่จะบอกว่าอยากให้ทำแบบไม่สัมผัสตัว หรือมีจุดไหนที่ไม่อยากให้แตะ
ไม่ต้องเปลี่ยนชุด เรกิไม่ต้องถอดเสื้อผ้าและไม่ใช้น้ำมัน เรานอนบนเตียงนวดหรือนั่งบนเก้าอี้ มักมีผ้าห่มให้ ถอดรองเท้า แว่นตา หรือเครื่องประดับได้ถ้าต้องการ
การวางมือ ผู้ให้บริการจะวางมือเบา ๆ หรือวางห่างจากตัวไม่กี่เซนติเมตร ไล่ไปตามตำแหน่งต่าง ๆ เช่น ศีรษะ ไหล่ หน้าอก ท้อง เข่า เท้า และบางครั้งที่หลัง แต่ละตำแหน่งค้างไว้ไม่กี่นาที ไม่มีการกด ไม่มีการดัด และไม่ใช่การนวด บางคนเปิดเพลงเบา ๆ บางคนทำในความเงียบ
ความรู้สึกระหว่างทำ แต่ละคนรู้สึกต่างกันมาก บางคนรู้สึกอุ่น ซ่า ๆ ตัวหนัก ๆ หรือแค่ผ่อนคลายมาก บางคนหลับไป บางคนไม่รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ ไม่มีความรู้สึกแบบไหนที่บอกว่าเซสชัน "ได้ผล" หรือ "ไม่ได้ผล"
คุยกันตอนจบ ใช้เวลาสักครู่ก่อนลุกขึ้น ดื่มน้ำ และเล่าความรู้สึกได้ ผู้ให้บริการที่จริงจังจะไม่วินิจฉัยโรค และจะไม่บอกว่ามีอะไร "ติดขัด" ในทางการแพทย์
เซสชันเต็มโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 45 นาทีถึงชั่วโมงครึ่ง แล้วแต่ผู้ให้บริการ นอกจากนี้ยังมี เรกิทางไกล (Distance Reiki) ที่เราพักอยู่ที่บ้าน ส่วนผู้ให้บริการทำจากอีกที่หนึ่ง มักโทรหรือวิดีโอคอลคุยกันก่อนและหลัง จะให้ความหมายกับรูปแบบนี้แค่ไหนเป็นเรื่องของแต่ละคน
เรียนเรกิ คอร์สเรกิ และการหาครูเรกิ
หลายคนไม่ได้หาเซสชัน แต่อยากเรียนเรกิเอง ในไทยมีครูเรกิเปิดคอร์สเรกิระดับ 1 ระดับ 2 และระดับมาสเตอร์ ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และบางครั้งภาษาอื่น มีทั้งแบบเวิร์กช็อปเสาร์อาทิตย์และแบบรีทรีตหลายวัน โดยเฉพาะที่เชียงใหม่และบนเกาะ ก่อนสมัครควรถามครูว่าเรียนสายไหน มีชั่วโมงฝึกปฏิบัติจริงเท่าไหร่ มีการติดตามหลังจบคอร์สไหม และจะได้ใบประกาศแบบไหน อย่าลืมว่าใบประกาศเรกิเป็นเอกสารของสำนัก ไม่ใช่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
คนส่วนใหญ่มาทำเรกิเพื่ออะไร
คนมาทำเรกิด้วยเหตุผลหลากหลาย เราขอเล่าโดยไม่สัญญาผลใด ๆ เพราะเรกิไม่ได้รักษาหรือทำให้หายจากโรค
- อยากช้าลงและผ่อนคลาย เป็นเหตุผลที่พบบ่อยที่สุด การได้นอนนิ่ง ๆ ในห้องเงียบ ๆ โดยมีคนดูแลอย่างใจเย็น ช่วยให้หลายคนได้พักหลังช่วงที่ยุ่งมาก ใช้ควบคู่กับแนวทางในหน้า ความเครียดและความวิตกกังวล ได้
- อยากพักผ่อนได้ดีขึ้น บางคนจองเรกิตอนเย็นหรือช่วงที่เครียด เพราะรู้สึกว่าหลังทำแล้วพักได้ง่ายขึ้น ดูแนวทางอื่นได้ที่หน้า การนอนหลับ
- อยากได้อะไรที่เบากว่าการนวด เรกิไม่มีการกด คนที่ไม่ชอบนวด หรืออยากได้อะไรนุ่มนวลมาก ๆ บางคนจึงเลือกเรกิ
- อยากมีเวลาทบทวนตัวเอง สำหรับบางคน เรกิเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางชีวิตหรือการฝึกจิต ควบคู่กับสมาธิ โยคะ หรือรีทรีต
- อยากมีวิธีดูแลตัวเอง คอร์สเรกิระดับ 1 สอนการทำเรกิให้ตัวเอง ซึ่งบางคนใช้ทุกวันเป็นช่วงเวลาสงบ ๆ
บางคนหันมาหาเรกิในช่วงชีวิตที่ยากลำบาก เช่น เจ็บป่วย สูญเสีย หรือหมดไฟ ในกรณีนี้ เรกิเป็นได้มากที่สุดแค่ช่วงเวลาที่ให้กำลังใจควบคู่กับการดูแลรักษาที่เหมาะสม ไม่สามารถใช้แทนกันได้
ข้อจำกัด: เรกิไม่ใช่การรักษาแทนแพทย์
เรกิเป็นศาสตร์เสริม ไม่ได้วินิจฉัย ไม่ได้รักษา และไม่ได้ทำให้หายจากโรคใด ๆ ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ ยา หรือการดูแลด้านสุขภาพจิต ผู้ให้บริการที่ดีจะบอกเรื่องนี้ชัดเจน และจะไม่บอกให้คุณหยุดการรักษา
ควรพบแพทย์ก่อน หรือพบควบคู่กันไป โดยเฉพาะถ้ามีอาการเหล่านี้
- ปวดเฉียบพลันหรือปวดรุนแรง มีไข้ หรืออาการแย่ลงเรื่อย ๆ
- มีโรคเรื้อรัง โรคหัวใจ หรือกำลังรักษาตัวอยู่
- ตั้งครรภ์
- มีสัญญาณของภาวะซึมเศร้า แพนิค หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง กรณีนี้ควรติดต่อแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
ระวังคนที่สัญญาว่าจะรักษาโรคใดโรคหนึ่งให้หาย บอกให้หยุดยา หรือพยายามขายแพ็กเกจราคาแพงเพื่อ "ปลดล็อก" ปัญหา สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณอันตราย และขัดกับ กฎบัตรของเรา
กรณีฉุกเฉินในประเทศไทย โทร 1669
ราคาเรกิในประเทศไทย
เรกิไม่มีราคากลางอย่างเป็นทางการ ผู้ให้บริการแต่ละคนกำหนดราคาเอง และ pranathai ไม่เก็บค่าคอมมิชชัน ราคาจะต่างกันตามปัจจัยเหล่านี้
- ระยะเวลา เซสชันสั้นราคาย่อมต่างจากเซสชันยาวที่มีการพูดคุยก่อนและหลังอย่างละเอียด
- สถานที่ ทำที่สตูดิโอมักราคาต่างจากให้มาที่โรงแรม คอนโด หรือวิลล่า ซึ่งรวมค่าเดินทาง ราคาในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และบนเกาะก็ต่างกันด้วย
- รูปแบบ เซสชันแบบเจอตัวกับเรกิทางไกลอาจราคาไม่เท่ากัน
- ประสบการณ์และภาษา ผู้ให้บริการที่ทำมานานหรือสื่อสารได้หลายภาษาอาจตั้งราคาสูงกว่า
- แพ็กเกจและคอร์ส บางคนมีแพ็กเกจหลายครั้ง ส่วนคอร์สเรกิ (ระดับ 1 ระดับ 2 มาสเตอร์) ราคาแยกต่างหาก ขึ้นกับจำนวนวันและรวมที่พักหรือไม่
แทนที่จะบอกตัวเลขที่อาจล้าสมัยเร็ว ผู้ให้บริการหลายคนระบุราคาไว้ในโปรไฟล์ และหน้าเรกิของแต่ละเมือง (เช่น หน้า "เรกิ เชียงใหม่") จะแสดงราคากลาง (มัธยฐาน) ของเซสชัน 60 นาที เมื่อมีโปรไฟล์ที่ระบุราคามากพอ ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงก่อนทักไปได้ และควรยืนยันราคากับผู้ให้บริการโดยตรงก่อนทุกครั้ง
วิธีเลือกผู้ให้บริการเรกิ
เรกิไม่ใช่วิชาชีพที่มีกฎหมายควบคุมในไทย จึงไม่ต้องมีใบอนุญาตจากรัฐ การตัดสินใจของเราเองจึงสำคัญมาก ลองเช็กสิ่งเหล่านี้
เรียนมาจากไหน สายอะไร ถามว่าเรียนกับใคร ที่ไหน ฝึกสายไหน และทำมานานเท่าไหร่ คำตอบที่ชัดเจนและตรงไปตรงมาสำคัญกว่าตำแหน่งที่ฟังดูยิ่งใหญ่
ภาษา ต้องแน่ใจว่าคุยกันได้สะดวก โดยเฉพาะตอนคุยก่อนเริ่ม โปรไฟล์ใน pranathai ระบุภาษาที่ผู้ให้บริการแต่ละคนใช้ได้ เช่น ไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส
รูปแบบ เลือกแบบที่สะดวก จะไปที่สตูดิโอเงียบ ๆ ให้มาที่บ้านหรือโรงแรม หรือทำออนไลน์ แล้วเช็กว่าผู้ให้บริการทำแบบนั้นในพื้นที่ของเราจริงไหม
น้ำเสียงและคำสัญญา อ่านโปรไฟล์ให้ดี คนที่น่าไว้ใจจะอธิบายสิ่งที่ทำอย่างเรียบง่าย บอกว่าไม่ได้ใช้แทนการรักษาทางการแพทย์ และไม่สัญญาว่าจะทำให้หายจากโรค
ทักไปคุยก่อนจอง ใน pranathai คุณติดต่อผู้ให้บริการได้โดยตรงทาง LINE หรือ WhatsApp ใช้ข้อความแรกถามเรื่องระยะเวลา ราคา ควรแต่งตัวแบบไหน และแจ้งเรื่องสุขภาพที่กังวล วิธีที่เขาตอบจะบอกอะไรได้เยอะ
ฟังความรู้สึกตัวเอง เรกิมีการสัมผัสเบา ๆ ขณะที่เรานอนอยู่ เราขอให้ทำแบบไม่สัมผัสได้ ขอหยุดได้ทุกเมื่อ และลุกออกมาได้ถ้ารู้สึกว่ามีอะไรไม่เหมาะสม
ทำเรกิที่ไหนดีในประเทศไทย
เรกิมีให้บริการในหลายพื้นที่ที่คนมาพักผ่อน แต่ละที่มีบรรยากาศต่างกัน
กรุงเทพฯ มีตัวเลือกมากที่สุด ทั้งสตูดิโอในย่านใจกลางเมือง ศูนย์สุขภาพ ผู้ให้บริการที่มาถึงคอนโดหรือโรงแรม และครูเรกิที่เปิดคอร์สทั้งภาษาไทยและอังกฤษ เหมาะกับคนที่อยากทำหลังเลิกงานหรือใกล้บ้าน
เชียงใหม่ เป็นที่ที่คนสนใจสมาธิ โยคะ และการฝึกจิตมาอย่างยาวนาน มีเซสชันเรกิในบรรยากาศสงบ และมีคอร์สเรกิกับรีทรีตหลายแห่ง บางคอร์สเรียนต่อเนื่องหลายวัน
บนเกาะ โดยเฉพาะ เกาะพะงัน และ เกาะสมุย ขึ้นชื่อเรื่องรีทรีต เรกิมักมาคู่กับโยคะ สมาธิ หรือซาวด์ฮีลลิ่ง บางครั้งเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจพักหลายวัน ส่วนที่ ภูเก็ต จะเจอผู้ให้บริการที่ไปทำให้ที่วิลล่าหรือโรงแรมมากกว่า
เมืองชายทะเล อย่าง พัทยา และ หัวหิน ก็มีผู้ให้บริการเช่นกัน ส่วนใหญ่รับงานนอกสถานที่หรือมีสตูดิโอเล็ก ๆ ลูกค้ามีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ