ข้ามไปที่เนื้อหา
pranathai

โภชนาการและดีท็อกซ์

ดีท็อกซ์และการอดอาหาร

โปรแกรมดีท็อกซ์และการอดอาหารคือรูปแบบการกินหรือกิจวัตรที่อ้างว่าช่วยล้างพิษ ทั้งที่ร่างกายกำจัดของเสียได้เองผ่านตับและไต และหลักฐานสนับสนุนโปรแกรมดีท็อกซ์เชิงพาณิชย์ยังมีน้อย

ความหนักเบาปานกลาง

ต้นกำเนิด

สากล

ใบอนุญาตในไทย

ไม่จำเป็น

01

ที่มา

คำว่า “ดีท็อกซ์” ใช้เรียกวิธีการหลากหลาย เช่น การอดอาหาร การดื่มแต่น้ำผักผลไม้ การกินอาหารบางชนิดเท่านั้น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สมุนไพร การล้างลำไส้ (สวนทวาร ยาระบาย หรือการล้างลำไส้ใหญ่) การอบซาวน่า และการลดการสัมผัสสารจากสิ่งแวดล้อม มีทั้งแบบขายเป็นผลิตภัณฑ์ ให้บริการในศูนย์สุขภาพ และใช้ในแนวทางธรรมชาติบำบัด

แนวคิดคือสารพิษสะสมในร่างกายและต้องขับออก แต่ร่างกายมีระบบจัดการเรื่องนี้อยู่แล้ว ตับช่วยกำจัดสารพิษ ส่วนไตกรองเลือดและขับของเสียกับน้ำส่วนเกินออกมาเป็นปัสสาวะ

การอดอาหารเป็นอีกเรื่องหนึ่ง การอดอาหารเป็นช่วง (Intermittent Fasting) เช่น อดวันเว้นวัน สูตร 5:2 หรือการจำกัดช่วงเวลากิน ได้รับความนิยมและกำลังมีการศึกษา โดยเฉพาะเรื่องการลดน้ำหนัก นักวิจัยระบุว่างานวิจัยในมนุษย์ยังมีจำนวนจำกัด

02

หลักการ

โปรแกรมดีท็อกซ์เชิงพาณิชย์มักผสมการกินน้อยลงเข้ากับอาหาร เครื่องดื่ม หรือผลิตภัณฑ์เฉพาะ บทความทบทวนวรรณกรรมปี 2015 ไม่พบหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าอาหารดีท็อกซ์ช่วยควบคุมน้ำหนักหรือขับสารพิษ งานวิจัยทางคลินิกที่มีอยู่มีขนาดเล็กและมีข้อบกพร่องด้านวิธีการ และผู้เขียนไม่พบการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุมของอาหารดีท็อกซ์เชิงพาณิชย์ในมนุษย์เลย

น้ำหนักที่ลดลงจากการดื่มน้ำผักผลไม้หรือดีท็อกซ์ส่วนใหญ่มาจากการได้พลังงานน้อย และมักกลับมาเมื่อกลับไปกินตามปกติ สำหรับการอดอาหารเป็นช่วง งานทบทวนพบว่าลดน้ำหนักได้ใกล้เคียงกับการลดพลังงานแบบทุกวันตามปกติ โดยไม่ได้เหนือกว่าชัดเจน และยังขาดหลักฐานระยะยาว

สิ่งที่ผู้คนมองหา

  • เข้าใจว่าโปรแกรมดีท็อกซ์หรือการอดอาหารประกอบด้วยอะไรบ้าง
  • หยุดพักเพื่อทบทวนนิสัยการกินและการดื่ม
  • ลองรูปแบบการกินที่มีโครงสร้าง เช่น การจำกัดช่วงเวลากิน
  • เรียนรู้ว่าตับและไตจัดการของเสียอย่างไร
  • รู้ว่าคำโฆษณาแบบไหนควรตั้งคำถามก่อนจ่ายเงิน
03

ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร

ดีท็อกซ์และการอดอาหารส่งผลต่อร่างกายส่วนใหญ่ผ่านการกินน้อยลง ส่วนอวัยวะที่จัดการของเสียทำงานตลอดเวลาไม่ว่าคุณจะเข้าโปรแกรมหรือไม่

1234
04

ขั้นตอนการรับบริการ

  1. 01

    ถามว่าทำอะไรบ้าง

    สอบถามให้ชัดว่าจะได้กิน ดื่ม หรือใช้อะไร นานเท่าไร และใครเป็นผู้ดูแลโปรแกรม

  2. 02

    ปรึกษาแพทย์

    พูดคุยกับแพทย์ก่อน โดยเฉพาะหากมีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ หรือใช้ยาอยู่

  3. 03

    หลีกเลี่ยงความสุดโต่ง

    การไม่กินอาหารหลายวัน การจำกัดอาหารอย่างหนัก หรือการใช้ยาระบายมาก ๆ มีความเสี่ยงสูงสุด และมักไม่ทำให้น้ำหนักลดได้ถาวร

  4. 04

    สังเกตอาการเตือน

    หากเวียนศีรษะ เป็นลม อ่อนแรง หรือสับสน ควรหยุดและไปพบแพทย์

  5. 05

    หลังจบโปรแกรม

    น้ำหนักที่ลดได้ในโปรแกรมระยะสั้นมักกลับมาเมื่อกินตามปกติ นิสัยการกินในชีวิตประจำวันจึงสำคัญที่สุด

ข้อควรระวัง

  • ผู้ที่เป็นเบาหวานไม่ควรเริ่มอดอาหารหรือทำดีท็อกซ์โดยไม่ปรึกษาทีมแพทย์ เพราะยาเบาหวานบางชนิดต้องกินพร้อมอาหารเป็นเวลา และอาจต้องปรับแผนการรักษา
  • ไม่แนะนำให้อดอาหารระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ในวัยรุ่นที่ยังเจริญเติบโต หรือในผู้ที่เคยเป็นโรคคลั่งผอมหรือโรคล้วงคอ
  • หากใช้ยาที่ต้องกินพร้อมอาหาร การอดอาหารอาจไม่ปลอดภัย ควรถามแพทย์หรือเภสัชกร
  • หลีกเลี่ยงการล้างลำไส้หากเป็นโรคไต โรคหัวใจ โรคทางเดินอาหาร เคยผ่าตัดลำไส้ หรือเป็นริดสีดวงรุนแรง น้ำผักผลไม้ที่ไม่ผ่านการพาสเจอไรซ์มีความเสี่ยงติดเชื้อสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ
  • ระวังผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่า “ขับสารพิษ” หน่วยงานของสหรัฐฯ เคยดำเนินการกับผลิตภัณฑ์ดีท็อกซ์ที่ผสมสารต้องห้ามหรืออ้างสรรพคุณรักษาโรคเกินจริง

เป็นการดูแลเสริม ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ได้

05

ในประเทศไทย

ในประเทศไทย โปรแกรมดีท็อกซ์และการอดอาหารไม่ได้เป็นวิชาชีพที่มีกฎหมายควบคุมโดยเฉพาะ แต่บางส่วนของโปรแกรมอยู่ภายใต้กฎหมาย ตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยสาขาการกำหนดอาหารปี 2563 การกำหนดอาหารเพื่อการบำบัดให้ผู้ป่วย เช่น อาหารเหลวใสหรืออาหารพลังงานต่ำ ถือเป็นการประกอบโรคศิลปะสาขาการกำหนดอาหาร ต้องทำโดยผู้มีใบอนุญาต หรือโดยแพทย์และพยาบาลตามกฎหมายวิชาชีพของตน ส่วนการปรุงและขายอาหารสุขภาพให้บุคคลทั่วไปยังทำได้ บทความวิชาการด้านกฎหมายปี 2565 ยังยกกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาตรวจพบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนักที่แอบอ้างนักโภชนาการและอ้างว่าลดได้ 15 กิโลกรัมใน 1 สัปดาห์ หากโปรแกรมใดมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยาระบาย หรือการอดอาหารเป็นเวลานาน ควรถามว่าใครเป็นผู้ดูแลและตรวจสอบใบอนุญาตของผู้นั้น

คำถามที่พบบ่อย

ร่างกายจำเป็นต้องดีท็อกซ์ไหม

ตับและไตกำจัดสารพิษและของเสียอยู่ทุกวันแล้ว บทความทบทวนปี 2015 ไม่พบหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าอาหารดีท็อกซ์เชิงพาณิชย์ช่วยขับสารพิษหรือช่วยคุมน้ำหนักในระยะยาว

ดื่มน้ำผักผลไม้ล้างพิษแล้วจะผอมลงไหม

ช่วงแรกน้ำหนักอาจลดเพราะได้พลังงานน้อยลง แต่มักกลับมาเมื่อกลับไปกินตามปกติ

การอดอาหารเป็นช่วงปลอดภัยไหม

ยังอยู่ระหว่างการศึกษา และดูเหมือนช่วยลดน้ำหนักได้ใกล้เคียงกับการลดพลังงานแบบปกติ แต่ไม่เหมาะกับทุกคน เช่น ผู้เป็นเบาหวาน ผู้ที่เคยมีความผิดปกติด้านการกิน ผู้ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร วัยรุ่น และผู้ที่ใช้ยาที่ต้องกินพร้อมอาหาร

ควรถามอะไรก่อนเข้ารีทรีตดีท็อกซ์

ถามว่าโปรแกรมมีอะไรบ้าง มีการใช้ยาระบาย สวนทวาร หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือไม่ ใครเป็นผู้ดูแล และมีใบอนุญาตด้านสุขภาพที่ได้รับการรับรองหรือไม่ และควรปรึกษาแพทย์ก่อนจอง

ศาสตร์อื่นในหมวดโภชนาการและดีท็อกซ์

บน pranathai

ค้นหาผู้ให้บริการดีท็อกซ์และการอดอาหาร

ยังไม่มีผู้ให้บริการศาสตร์นี้บน pranathai คุณเป็นผู้ให้บริการในเมืองนี้ไหม สร้างหน้าโปรไฟล์ฟรี

แหล่งข้อมูล

  1. Detoxes and cleanses: what you need to know – NIH National Center for Complementary and Integrative Health (NCCIH)
  2. Klein AV, Kiat H. Detox diets for toxin elimination and weight management: a critical review of the evidence. J Hum Nutr Diet 2015;28(6):675-86
  3. Diet review: intermittent fasting for weight loss – Harvard T.H. Chan School of Public Health, The Nutrition Source
  4. Varady KA et al. Clinical application of intermittent fasting for weight loss: progress and future directions. Nat Rev Endocrinol 2022;18(5):309-321
  5. Harris L et al. Intermittent fasting interventions for treatment of overweight and obesity in adults: a systematic review and meta-analysis. JBI Database Syst Rev 2018;16(2):507-547
  6. Liver diseases – MedlinePlus (US National Library of Medicine)
  7. Kidney diseases – MedlinePlus (US National Library of Medicine)
  8. Royal Decree designating dietetics as a branch of the art of healing, B.E. 2563 (2020) – Journal of Legal Entity Management and Local Innovation, vol. 8 no. 9, 2022