ข้ามไปที่เนื้อหา
pranathai

ออฟฟิศซินโดรม

ออฟฟิศซินโดรมพบได้บ่อยและดูแลได้ การปรับโต๊ะทำงานและกิจวัตรเพียงเล็กน้อยก็ช่วยได้จริง

63%

ของพนักงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ ที่ร่วมการสำรวจ มีอาการปวดกล้ามเนื้อหรือข้อที่สัมพันธ์กับงานในรอบ 12 เดือน[1]

89.3%

ของพนักงานสำนักงานในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ร่วมการสำรวจ มีอาการปวดเมื่อยจากการทำงานในรอบปีที่ผ่านมา[2]

65% / 63%

ของพนักงานกลุ่มเดียวกันที่ขอนแก่นมีอาการปวดคอ / ปวดไหล่ ซึ่งเป็นบริเวณที่พบบ่อยที่สุด[2]

≈100 min

นั่งน้อยลงต่อวันทำงานเมื่อใช้โต๊ะปรับยืน-นั่งในระยะสั้น (หลักฐานคุณภาพต่ำ)[4]

01

ปัญหาของยุคสมัย

ในประเทศไทย ออฟฟิศซินโดรมคือชื่อเรียกที่คุ้นเคยของอาการปวดเมื่อยจากการนั่งทำงานนาน ๆ งานวิจัยในไทยชี้ว่าพบได้บ่อยมาก การสำรวจพนักงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ ราว 1,200 คนพบว่า 63% มีอาการปวดกล้ามเนื้อหรือข้อที่สัมพันธ์กับงานในรอบหนึ่งปี ส่วนใหญ่ที่คอและหลังส่วนล่าง และที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พนักงานสำนักงาน 89.3% มีอาการปวดเมื่อยจากการทำงาน โดยเฉพาะที่คอ (65%) และไหล่ (63%)

กรมอนามัยเตือนว่าการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์วันละราว 8 ชั่วโมง โดยเฉพาะการนั่งหลังค่อม เป็นสาเหตุที่พบบ่อย และความเครียด การพักผ่อนไม่พอ และอากาศร้อนก็ทำให้กล้ามเนื้อตึงมากขึ้น ทั้งโทรศัพท์ แล็ปท็อป และการเดินทางที่ยาวนาน ทำให้หลายคนนั่งเกือบทั้งวัน และองค์การอนามัยโลกระบุว่าการนั่งนิ่งมากเกินไปสัมพันธ์กับสุขภาพที่แย่ลงโดยรวม

02

ทำความเข้าใจ

ออฟฟิศซินโดรมไม่ใช่โรคเดียว แต่เป็นกลุ่มอาการ เช่น ปวดตึงคอ บ่า ไหล่ หลังส่วนบนและล่าง ปวดศีรษะจากความตึงเครียด และบางครั้งตาล้า หรือปวดข้อมือและมือ อาการสะสมเมื่อกล้ามเนื้อค้างอยู่ในท่าเดิมหลายชั่วโมง เช่น ยื่นศีรษะไปหาจอ ยกไหล่ หรืองอข้อมือบนเมาส์

ส่วนใหญ่ปัญหาคือกล้ามเนื้อทำงานหนักเกินไปและขยับน้อยเกินไป ไม่ใช่ความเสียหายของร่างกาย ซึ่งเป็นข่าวดี เพราะการเปลี่ยนท่าบ่อย ๆ การจัดโต๊ะทำงานให้เหมาะ และการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคอและไหล่ล้วนช่วยได้ กรมอนามัยระบุว่าหากปล่อยอาการอย่างมือชาไว้นาน อาจนำไปสู่ปัญหาที่ร้ายแรงขึ้น เช่น เส้นประสาทถูกกดทับ จึงควรดูแลแต่เนิ่น ๆ

03

สิ่งที่ทำได้ตั้งแต่วันนี้

  1. 01ตั้งจอให้อยู่ระดับสายตาให้กึ่งกลางจออยู่ระดับสายตาและคีย์บอร์ดอยู่ระดับข้อศอก เพื่อให้ศีรษะตั้งตรงอยู่เหนือไหล่
  2. 02ปรับเก้าอี้ให้พอดีปรับความสูงของเก้าอี้และโต๊ะให้นั่งสบายโดยมีพนักพิงรองรับหลัง และวางข้อศอกบนที่พักแขนเมื่อใช้เมาส์
  3. 03ขยับบ่อย ๆเปลี่ยนท่าทุกราว 20 นาที และยืดมือกับแขนทุกชั่วโมง แม้แต่การพักสั้น ๆ 1–2 นาทีทุกครึ่งชั่วโมงก็ช่วยลดเวลานั่งรวมได้
  4. 04พักสายตากะพริบตาบ่อย ๆ และละสายตาจากจอสักครู่ทุกราว 10 นาที
  5. 05เสริมความแข็งแรงคอและไหล่งานทบทวนงานวิจัยในพนักงานออฟฟิศชี้ว่า การออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงของคอ ไหล่ และสะบักอย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดอาการปวดคอและข้อจำกัดในการใช้งาน
  6. 06ลองยืนทำงานบ้างถ้าทำได้ ให้สลับนั่งกับยืน งานวิจัยพบว่าโต๊ะปรับยืน-นั่งช่วยลดเวลานั่งได้ราวหนึ่งชั่วโมงหรือมากกว่าต่อวัน
  7. 07เคลื่อนไหวนอกเวลางานตั้งเป้าออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน
  8. 08ดูแลความเครียดและการพักผ่อนกินข้าวให้ตรงเวลา นอนให้พอ และพักอย่างแท้จริง เพราะความเครียดและความเหนื่อยล้าทำให้กล้ามเนื้อตึงขึ้น

หนึ่งวันที่ช่วยได้

  1. เช้า

    ก่อนเปิดแล็ปท็อป ตรวจท่านั่ง: จออยู่ระดับสายตา เท้าวางราบ หลังมีที่พิง

  2. ระหว่างทำงาน

    ตั้งเตือนให้ลุกยืน หมุนไหล่ และยืดแขนอย่างน้อยชั่วโมงละครั้ง

  3. พักเที่ยง

    ออกห่างจากจอจริง ๆ และเดินเล่น 10–15 นาที

  4. เย็น

    ออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงคอ ไหล่ และหลังส่วนบน 10 นาที หรือฝึกโยคะหรือพิลาทิสสั้น ๆ

04

ศาสตร์ที่อาจช่วยได้

ศาสตร์ทางเลือกช่วยเสริมได้ ควบคู่กับการรักษาทางการแพทย์เมื่อจำเป็น นี่คือสิ่งที่แต่ละศาสตร์ให้ได้อย่างตรงไปตรงมา

คำถามที่พบบ่อย

ออฟฟิศซินโดรมเป็นโรคจริงไหม

เป็นคำที่ใช้กันแพร่หลายในไทยเพื่อเรียกกลุ่มอาการ เช่น ปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง ปวดศีรษะ และตาล้า ที่สัมพันธ์กับการนั่งทำงานนาน ๆ แพทย์อาจเรียกต่างกันไป แต่อาการเป็นเรื่องจริงและพบบ่อย

มีท่านั่งที่สมบูรณ์แบบไหม

ไม่มีท่าไหนที่ดีพอจะนั่งค้างไว้หลายชั่วโมง การจัดโต๊ะที่ดีช่วยได้ แต่การเปลี่ยนท่าสม่ำเสมอสำคัญไม่แพ้กัน

จำเป็นต้องมีโต๊ะยืนทำงานไหม

ช่วยให้นั่งน้อยลงได้ แต่ไม่จำเป็น การพักสั้น ๆ เพื่อลุกยืนและขยับตัวเป็นประจำเป็นทางเลือกที่ไม่ต้องเสียเงิน

นวดแล้วออฟฟิศซินโดรมจะหายไหม

การนวดช่วยบรรเทาได้ในระยะสั้น แต่อาการมักกลับมาหากไม่เปลี่ยนนิสัย ควรทำควบคู่กับการพัก การปรับโต๊ะทำงาน และการออกกำลังกายเสริมความแข็งแรง

เมื่อไรควรไปพบแพทย์

ควรพบแพทย์หากปวดนานเกินสองสามสัปดาห์ เป็นซ้ำบ่อย หรือมีอาการชา เสียว อ่อนแรง มีไข้ หรือเจ็บหน้าอกร่วมด้วย

บน pranathai

ผู้ให้บริการด้านออฟฟิศซินโดรมบน pranathai

ดูผู้ให้บริการทั้ง 107 ราย →

แหล่งข้อมูล

เป็นการดูแลเสริม ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ได้

  1. Janwantanakul P et al. Prevalence of self-reported musculoskeletal symptoms among office workers (Bangkok). Occup Med 2008;58(6):436-438
  2. Sripatthangkura W et al. The prevalence of office workers with musculoskeletal disorders in Faculty of Medicine, Khon Kaen University. Srinagarind Med J 2013;28(4 Suppl)
  3. THE STANDARD (19 June 2019) – Department of Health (กรมอนามัย), Ministry of Public Health, warns working-age people about office syndrome
  4. Shrestha N et al. Workplace interventions for reducing sitting at work. Cochrane Database Syst Rev 2018;12:CD010912
  5. Jones LB, Jadhakhan F, Falla D. The influence of exercise on pain, disability and quality of life in office workers with chronic neck pain: systematic review and meta-analysis. Appl Ergon 2024;117:104216
  6. Louw S et al. Effectiveness of exercise in office workers with neck pain: systematic review and meta-analysis. S Afr J Physiother 2017;73(1):392
  7. NCCIH – Massage therapy: what you need to know
  8. NCCIH – Low back pain and complementary health approaches
  9. NHS – Back pain
  10. WHO – Physical activity (fact sheet)