ข้ามไปที่เนื้อหา
pranathai
ฝึกหายใจแบบมีไกด์

หายใจด้วยท้อง

การหายใจด้วยท้อง หรือหายใจด้วยกะบังลม คือการหายใจให้ท้องป่องแทนที่จะยกหน้าอก เป็นเทคนิคที่เรียนรู้ง่ายที่สุดและเป็นพื้นฐานของเทคนิคอื่นทั้งหมด

  • การหายใจด้วยท้อง · Diaphragmatic breathing
  • เท่ากัน 5-5 · 6 ครั้งต่อนาที
  • ผ่อนคลาย 4-6 · 6 ครั้งต่อนาที
  • ช่วยหลับ 4-8 · 5 ครั้งต่อนาที

ทำได้ทุกเวลา ทั้งท่านั่งและท่านอน รวมถึงบนเตียงก่อนนอน

ลองใช้เครื่องมือ

ฉันอยาก…

เลือกเป้าหมายของคุณ แล้วเครื่องมือจะแนะนำเทคนิคที่ตอบโจทย์ที่สุด

ก่อนเริ่มฝึก

เลือกข้อที่ตรงกับคุณ แล้วเครื่องมือจะปรับคำแนะนำให้ ไม่มีการบันทึกข้อมูลนี้

หยุดทันทีหากรู้สึกหน้ามืด ชาตามมือ หรือแน่นหน้าอก แล้วกลับมาหายใจตามปกติ

เทคนิคทั้งหมด

การหายใจด้วยท้อง · Diaphragmatic breathing

หายใจด้วยท้อง

ท้องป่องและแฟบตามลมหายใจ พื้นฐานของทุกเทคนิค

ฝึกเมื่อไร

ทำได้ทุกเวลา ทั้งท่านั่งและท่านอน รวมถึงบนเตียงก่อนนอน

จังหวะ

6 ครั้งต่อนาที

ระยะเวลา

หายใจด้วยท้อง

นั่งให้สบาย แล้วกดเริ่ม

เวลาที่ตั้งไว้: 5:00

ทีละขั้น

  1. นั่งในท่าที่สบาย หรือนอนหงาย จะชันเข่าก็ได้
  2. วางมือข้างหนึ่งบนท้อง อีกข้างวางบนหน้าอกส่วนบน
  3. หายใจเข้าทางจมูก ปล่อยให้ท้องป่องดันมือขึ้น มือบนหน้าอกแทบไม่ขยับ
  4. หายใจออกช้า ๆ ทางจมูกหรือริมฝีปากที่เผยอเล็กน้อย ให้ท้องแฟบลง
  5. หายใจตามภาพเคลื่อนไหว ลมหายใจออกจะยาวกว่าลมหายใจเข้า

คำแนะนำ

  • • ไม่ต้องดันท้องออก ปล่อยให้ท้องพองเหมือนลูกโป่ง
  • • หากรู้สึกเวียนหัว ให้หายใจตื้นลงเล็กน้อย

สิ่งที่รู้ในตอนนี้

  • งานทดลองของ Ma และคณะ (2017) พบว่าการฝึกหายใจด้วยกะบังลม 8 สัปดาห์สัมพันธ์กับอารมณ์ด้านลบที่ลดลงและคอร์ติซอลที่ต่ำลง
  • การหายใจช้าราว 6 ครั้งต่อนาทีช่วยเพิ่มความแปรปรวนของอัตราการเต้นหัวใจ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ความผ่อนคลาย (การทบทวนของ Zaccaro และคณะ, 2018)

ข้อห้ามและข้อควรระวัง

  • • หากเพิ่งผ่าตัดช่องท้อง ให้หายใจโดยไม่ฝืนและปรึกษาแพทย์
หายใจด้วยท้อง →

การฝึกของฉัน

บันทึกไว้ในเครื่องนี้เท่านั้น

การฝึกในเจ็ดวันล่าสุดจะแสดงที่นี่

การฝึกหายใจเหล่านี้ช่วยเสริมสุขภาวะ ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ หากคุณมีโรคหัวใจหรือโรคปอด ตั้งครรภ์ หรือมีโรควิตกกังวล ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์

  1. ทีละขั้น

    1. นั่งในท่าที่สบาย หรือนอนหงาย จะชันเข่าก็ได้
    2. วางมือข้างหนึ่งบนท้อง อีกข้างวางบนหน้าอกส่วนบน
    3. หายใจเข้าทางจมูก ปล่อยให้ท้องป่องดันมือขึ้น มือบนหน้าอกแทบไม่ขยับ
    4. หายใจออกช้า ๆ ทางจมูกหรือริมฝีปากที่เผยอเล็กน้อย ให้ท้องแฟบลง
    5. หายใจตามภาพเคลื่อนไหว ลมหายใจออกจะยาวกว่าลมหายใจเข้า
  2. คำแนะนำ

    • ไม่ต้องดันท้องออก ปล่อยให้ท้องพองเหมือนลูกโป่ง
    • หากรู้สึกเวียนหัว ให้หายใจตื้นลงเล็กน้อย
  3. สิ่งที่รู้ในตอนนี้

    • งานทดลองของ Ma และคณะ (2017) พบว่าการฝึกหายใจด้วยกะบังลม 8 สัปดาห์สัมพันธ์กับอารมณ์ด้านลบที่ลดลงและคอร์ติซอลที่ต่ำลง
    • การหายใจช้าราว 6 ครั้งต่อนาทีช่วยเพิ่มความแปรปรวนของอัตราการเต้นหัวใจ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ความผ่อนคลาย (การทบทวนของ Zaccaro และคณะ, 2018)
  4. ข้อห้ามและข้อควรระวัง

    • หากเพิ่งผ่าตัดช่องท้อง ให้หายใจโดยไม่ฝืนและปรึกษาแพทย์
    • หยุดทันทีหากรู้สึกหน้ามืด ชาตามมือ หรือแน่นหน้าอก แล้วกลับมาหายใจตามปกติ

การฝึกหายใจเหล่านี้ช่วยเสริมสุขภาวะ ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ หากคุณมีโรคหัวใจหรือโรคปอด ตั้งครรภ์ หรือมีโรควิตกกังวล ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

รู้ได้อย่างไรว่าหายใจด้วยท้องถูกต้อง
วางมือข้างหนึ่งบนท้องและอีกข้างบนหน้าอก เมื่อหายใจเข้า ควรมีแต่มือบนท้องที่ยกขึ้น ถ้าลองในท่านอนจะรู้สึกได้ชัดขึ้น
จังหวะไหนช่วยให้หลับ
จังหวะ 4-8 คือหายใจเข้า 4 วินาที ออก 8 วินาที ทำบนเตียงห้าถึงสิบนาที ลมหายใจออกที่ยาวคือส่วนที่ช่วยให้ผ่อนคลาย
คนท้องฝึกได้ไหม
ได้ เพราะเป็นเทคนิคที่นุ่มนวลและมักสอนในการเตรียมคลอด ให้หายใจโดยไม่ฝืน และทำตามคำแนะนำของพยาบาลผดุงครรภ์หรือแพทย์

ดูหน้าอื่น ๆ

← ฝึกหายใจแบบมีไกด์