ข้ามไปที่เนื้อหา
pranathai

กายภาพและการบำบัดด้วยมือ

ออสทีโอพาธี

ออสทีโอพาธีเป็นศาสตร์การดูแลด้วยมือจากสหรัฐอเมริกา ที่มองความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างและการทำงานของร่างกาย และใช้เทคนิคด้วยมือหลากหลายรูปแบบ

ความหนักเบาปานกลาง

ต้นกำเนิด

สหรัฐอเมริกา (รัฐมิสซูรี)

ประวัติ

พัฒนาโดยแอนดรูว์ เทย์เลอร์ สติล ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1874 โรงเรียนแห่งแรกเปิดในปี ค.ศ. 1892

ใบอนุญาตในไทย

ไม่จำเป็น

01

ที่มา

ออสทีโอพาธีพัฒนาขึ้นโดยแอนดรูว์ เทย์เลอร์ สติล แพทย์และศัลยแพทย์ชาวอเมริกัน สติลถือว่าออสทีโอพาธีเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1874 หลังจากศึกษาวิธีการรักษาหลายแบบในยุคนั้น ต่อมาเขาย้ายไปเมืองเคิร์กส์วิลล์ รัฐมิสซูรี และก่อตั้งโรงเรียนออสทีโอพาธีอเมริกัน ซึ่งเป็นโรงเรียนออสทีโอพาธีแห่งแรก ในปี ค.ศ. 1892

แนวทางนี้แพร่หลายไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ จอห์น มาร์ติน ลิตเติลจอห์น ศิษย์ของสติล ก่อตั้งโรงเรียนออสทีโอพาธีแห่งอังกฤษที่ลอนดอนในปี ค.ศ. 1917 และสหราชอาณาจักรออกกฎหมายควบคุมวิชาชีพออสทีโอพาธีในปี ค.ศ. 1993

ออสทีโอพาธีแยกเป็นสองแนวทาง ในสหรัฐอเมริกา แพทย์ออสทีโอพาธี (DO) เป็นแพทย์เต็มรูปแบบที่สั่งยาและผ่าตัดได้ ส่วนในประเทศอื่น ๆ ส่วนใหญ่ นักออสทีโอพาธีเป็นผู้บำบัดด้วยมือ ไม่ใช่แพทย์ ในปี ค.ศ. 2010 องค์การอนามัยโลกได้เผยแพร่เกณฑ์มาตรฐานการฝึกอบรม เพื่อช่วยประเทศที่ต้องการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพนี้

02

หลักการ

เกณฑ์มาตรฐานขององค์การอนามัยโลกสรุปแนวคิดหลักไว้สามข้อ คือ มนุษย์เป็นหน่วยเดียวกันของกาย ใจ และจิตวิญญาณ ร่างกายมีกลไกปรับสมดุลและเยียวยาตนเอง และโครงสร้างกับการทำงานของร่างกายสัมพันธ์กันในทุกระดับ นักออสทีโอพาธีใช้แนวคิดนี้ในการหาบริเวณที่ตึงหรือเคลื่อนไหวได้จำกัด แล้วดูแลด้วยมือ

เทคนิคมีตั้งแต่แบบตรงที่ค่อนข้างหนักแน่น เช่น การขยับข้อ เทคนิคใช้แรงกล้ามเนื้อ และการดันสั้น ๆ ไปจนถึงแบบอ้อม แบบของเหลว หรือแบบรีเฟล็กซ์ที่นุ่มนวลมาก งานวิจัยชี้ว่าอาจมีประโยชน์กับปัญหากล้ามเนื้อและกระดูก เช่น ปวดหลังส่วนล่าง ส่วนหลักฐานสำหรับภาวะอื่น (โรคในเด็ก ปวดศีรษะ ปัญหาการย่อยอาหาร) ยังมีจำกัดหรือไม่ชัดเจน

สิ่งที่ผู้คนมองหา

  • ปวดหลังส่วนล่างและปวดคอ
  • ปวดไหล่ สะโพก หรือแขนขาที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อและข้อ
  • ข้อติดและเคลื่อนไหวได้น้อยลง
  • อาการปวดเมื่อยจากท่าทาง การทำงาน หรือการเล่นกีฬา
  • คำแนะนำเรื่องการเคลื่อนไหว ท่าทาง และกิจวัตรประจำวัน
03

ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร

ออสทีโอพาธีดูแลระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ทั้งข้อต่อ กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน โดยเลือกเทคนิคให้เหมาะกับแต่ละคนและแต่ละบริเวณ

1234
04

ขั้นตอนการรับบริการ

  1. 01

    ซักประวัติ

    นักออสทีโอพาธีจะถามถึงอาการ ประวัติสุขภาพ ยาที่ใช้ และวิถีชีวิตของคุณ

  2. 02

    ตรวจร่างกาย

    สังเกตการเคลื่อนไหวและตรวจด้วยการสัมผัส อาจขอให้ถอดเสื้อผ้าบางส่วนเพื่อตรวจบริเวณนั้น คุณสามารถขอผ้าคลุมหรือใส่ชุดที่สบายมาได้

  3. 03

    อธิบาย

    อธิบายสิ่งที่คิดว่าเป็นสาเหตุ เทคนิคที่จะใช้ และความเสี่ยง แล้วขอความยินยอมจากคุณ

  4. 04

    การดูแลด้วยมือ

    อาจมีทั้งการคลายกล้ามเนื้อคล้ายการนวด การยืดเหยียด การขยับข้อ และบางครั้งการดัดข้อ

  5. 05

    คำแนะนำ

    คุณอาจได้รับท่าบริหารและคำแนะนำ หลังการดูแลอาจปวดเมื่อยหรือตึงเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เร็ว

ข้อควรระวัง

  • ปรึกษาแพทย์ก่อน หากคุณใช้ยาละลายลิ่มเลือด หรือมีความเสี่ยงต่อภาวะเลือดออกหรือโรคหลอดเลือดสมอง
  • ควรหลีกเลี่ยงเทคนิคที่ใช้แรง หากกระดูกหรือข้อต่อเปราะบางหรือเสียหาย เช่น กระดูกพรุน กระดูกหักใหม่ ๆ การติดเชื้อที่กระดูก หรือเนื้องอก
  • หากมีโรคทางระบบประสาท เช่น ปลายประสาทอักเสบ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ออสทีโอพาธีไม่ได้ทดแทนการรักษาทางการแพทย์ หากปวดท้อง เจ็บหน้าอก อ่อนแรงเฉียบพลัน หรือปวดร่วมกับมีไข้ ควรพบแพทย์
  • หากอาการไม่หายหรือกลับมาเป็นซ้ำ ควรพบแพทย์ แทนที่จะพึ่งการบำบัดด้วยมืออย่างเดียว

เป็นการดูแลเสริม ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ได้

05

ในประเทศไทย

เราไม่พบกฎหมาย ใบอนุญาต หรือสภาวิชาชีพเฉพาะสำหรับออสทีโอพาธีในประเทศไทย ต่างจากกายภาพบำบัด (กำกับโดยสภากายภาพบำบัด) หรือไคโรแพรคติก (ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข) สภาออสทีโอพาธีแห่งสหราชอาณาจักรระบุว่าในหลายประเทศ ออสทีโอพาธียังไม่ได้รับการรับรองหรือไม่มีการกำกับดูแล และไม่มีประเทศในเอเชียอยู่ในรายชื่อประเทศที่มีการกำกับดูแล เนื่องจากชื่อวิชาชีพไม่ได้รับการคุ้มครอง ควรสอบถามว่าเรียนที่ไหน หลักสูตรยาวเท่าใด และมีใบอนุญาตวิชาชีพสุขภาพอื่นในไทยหรือไม่

อ่านคู่มือฉบับเต็ม →

คำถามที่พบบ่อย

นักออสทีโอพาธีเป็นแพทย์หรือเปล่า

ในสหรัฐอเมริกาใช่ DO เป็นแพทย์ แต่ในประเทศอื่น รวมถึงนักออสทีโอพาธีส่วนใหญ่ที่ทำงานในไทย เป็นผู้บำบัดด้วยมือ ไม่ใช่แพทย์

ต่างจากไคโรแพรคติกอย่างไร

ทั้งสองใช้เทคนิคด้วยมือและคาบเกี่ยวกันมาก ออสทีโอพาธีมักใช้เทคนิคหลากหลายทั้งนุ่มนวลและหนักแน่น และมองร่างกายโดยรวม ส่วนไคโรแพรคติกเน้นการปรับกระดูกสันหลังมากกว่า

ออสทีโอพาธีช่วยปัญหาการย่อยอาหารหรือเด็กร้องโคลิกได้ไหม

หลักฐานปัจจุบันสำหรับการใช้แบบนี้ยังมีจำกัดและไม่ชัดเจน หากเป็นปัญหาที่ไม่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อและกระดูก ควรพบแพทย์ก่อน

เจ็บไหม

โดยทั่วไปไม่เจ็บ บางเทคนิคอาจใช้แรงพอสมควร และอาจปวดเมื่อยเล็กน้อยหลังทำ หากรู้สึกไม่สบายให้บอกนักออสทีโอพาธี

ศาสตร์อื่นในหมวดกายภาพและการบำบัดด้วยมือ

บน pranathai

ค้นหาผู้ให้บริการออสทีโอพาธี

ดูผู้ให้บริการทั้ง 4 ราย →

แหล่งข้อมูล

  1. World Health Organization – Benchmarks for training in osteopathy (2010)
  2. WHO Benchmarks for training in osteopathy – full-text PDF (copy hosted by the Osteopathic International Alliance)
  3. Kansas Historical Society – Andrew Taylor Still
  4. Wikipedia – Osteopathy (history, US vs non-US practice, evidence; secondary source)
  5. Efficacy and safety of osteopathic manipulative treatment: an overview of systematic reviews. BMJ Open 2022;12:e053468
  6. NHS – Osteopathy
  7. General Osteopathic Council (UK) – Osteopathy worldwide
  8. NCCIH – Spinal Manipulation: What You Need To Know