ข้ามไปที่เนื้อหา
pranathai

การเคลื่อนไหว

ชี่กง

กลุ่มศาสตร์การฝึกแบบจีนที่ผสมผสานการเคลื่อนไหวช้า ๆ อย่างนุ่มนวล การหายใจลึก และการจดจ่อ

ความหนักเบาเบา

ต้นกำเนิด

จีน

ประวัติ

สืบรากจากการฝึกบำรุงกายแบบจีนโบราณ (เต้าอิ่น) ส่วนชื่อ "ชี่กง" เพิ่งกลายเป็นคำมาตรฐานในทศวรรษ 1950

ใบอนุญาตในไทย

ไม่จำเป็น

01

ที่มา

ตามข้อมูลของ NCCIH สหรัฐฯ ชี่กงพัฒนาขึ้นในประเทศจีนโดยเป็นส่วนหนึ่งของการแพทย์แผนจีน คัมภีร์โบราณอย่างหวงตี้เน่ยจิงกล่าวถึงระบบบำรุงร่างกายที่เรียกว่า "เต้าอิ่นถู่น่า" (การนำพาและยืดเหยียด การหายใจออกและเข้า) ซึ่งคล้ายกับชี่กงสมัยใหม่ และเป็นที่มาของคำกล่าวทั่วไปว่าชี่กงมีอายุกว่า 2,000 ปี

ส่วนคำว่า "ชี่กง" ในฐานะชื่อเรียกรวมนั้นใหม่กว่ามาก นักประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียชี้ว่า คำนี้กลายเป็นคำมาตรฐานในจีนช่วงทศวรรษ 1950 เมื่อแพทย์อย่างหลิว กุ้ยเจิน (1902–1983) นำการฝึกหายใจและสมาธิมาใช้ในสถานพักฟื้นของรัฐ โดยอธิบายในเชิงการแพทย์และ "วิทยาศาสตร์" หลิวก่อตั้งสถานพักฟื้นชี่กงเมืองถังซานในปี 1954 และตีพิมพ์บทความวิชาการชิ้นแรกเรื่องการบำบัดด้วยชี่กงในปี 1955

ปัจจุบันชี่กงมีหลายร้อยรูปแบบ เช่น ปาต้วนจิ่น (แปดท่าแพรไหม) ลิ่วจื้อเจวี๋ย (หกเสียงบำบัด) และอี้จินจิง ซึ่งฝึกเพื่อสุขภาพทั้งในจีนและทั่วโลก

02

หลักการ

ในความคิดแบบจีนดั้งเดิม "ชี่" มักแปลว่าพลังชีวิตหรือลมปราณ ส่วน "กง" หมายถึงทักษะหรือผลจากการฝึกฝน ชี่กงจึงมุ่งบ่มเพาะและปรับสมดุลพลังนี้ในกาย ใจ และจิตวิญญาณ

การฝึกประกอบด้วยสามส่วน คือ ท่าทางหรือการเคลื่อนไหว การหายใจ และการจดจ่อหรือการนึกภาพ รูปแบบที่เน้นการเคลื่อนไหวจะขยับทั้งตัวหรือแขนขา ส่วนรูปแบบที่เน้นสมาธิจะจดจ่อที่ลมหายใจและจิตใจโดยแทบไม่ขยับตัว ไท่จี๋ที่ฝึกเพื่อสุขภาพมักถูกนับเป็นชี่กงรูปแบบหนึ่ง

สิ่งที่ผู้คนมองหา

  • เคลื่อนไหวเบา ๆ ความหนักต่ำ เหมาะกับหลายวัย
  • ผ่อนคลายและหายใจได้สงบขึ้น
  • ฝึกการทรงตัวและความมั่นคง
  • มีกิจวัตรประจำวันที่ทำได้ทุกที่โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์
  • เรียนรู้แนวคิดดั้งเดิมของจีนเรื่องพลังและสุขภาพ
03

ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร

ชี่กงทำงานผ่านการเคลื่อนไหวช้า ๆ ซ้ำ ๆ หรือท่านิ่ง ร่วมกับการหายใจลึกอย่างผ่อนคลายและความใส่ใจที่สงบ

1234
04

ขั้นตอนการรับบริการ

  1. 01

    คลายร่างกาย

    เขย่าตัว หมุนข้อต่อ หรือตบเบา ๆ เพื่อผ่อนคลายข้อต่อและกล้ามเนื้อ

  2. 02

    ยืนและหายใจ

    ยืนนิ่งในท่าผ่อนคลาย ชะลอลมหายใจ และนำความใส่ใจกลับมาที่ร่างกาย

  3. 03

    ชุดท่าเคลื่อนไหว

    ฝึกชุดท่าที่กำหนด เช่น แปดท่าของปาต้วนจิ่น แต่ละท่าทำซ้ำหลายรอบ

  4. 04

    ความนิ่ง

    ยืนหรือนั่งสมาธิสักสองสามนาที มักจดจ่อที่ท้องน้อย

  5. 05

    ปิดท้าย

    รวบมือ นวดตัวเองเบา ๆ และกลับสู่การหายใจตามปกติ

ข้อควรระวัง

  • ชี่กงดูเหมือนจะเป็นกิจกรรมที่ปลอดภัย ผลข้างเคียงที่มีรายงาน เช่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหรือปวดศีรษะ พบไม่บ่อยและใกล้เคียงกับการออกกำลังกายแบบอื่น
  • ยังมีการศึกษาความปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์ไม่มากพอ ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ก่อน และงดหรือปรับท่าตามความเหมาะสม
  • หากมีปัญหาข้อต่อ การทรงตัว ความดันโลหิตสูงหรือต่ำมาก หรือโรคหัวใจ ควรเริ่มอย่างเบา ๆ ฝึกใกล้ที่จับยึดหากจำเป็น และปรึกษาแพทย์
  • บางรูปแบบมีการจดจ่อกับลมหายใจหรือการนึกภาพเป็นเวลานาน หากรู้สึกเวียนศีรษะ วิตกกังวล หรือไม่สบาย ให้หยุดและกลับมาหายใจตามปกติ ผู้ที่มีประวัติปัญหาสุขภาพจิตรุนแรงควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ไม่ควรใช้ชี่กงเป็นเหตุให้เลื่อนการพบแพทย์เมื่อมีปัญหาสุขภาพ

เป็นการดูแลเสริม ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ได้

05

ในประเทศไทย

ในประเทศไทยมีการสอนชี่กงในชมรม สตูดิโอ และศูนย์สุขภาพบางแห่ง บางครั้งสอนควบคู่กับไท่จี๋ เช่นเดียวกับในสหรัฐอเมริกาที่ NCCIH ระบุว่าครูชี่กงไม่มีใบอนุญาตและไม่มีมาตรฐานรับรองระดับชาติ เราไม่พบใบอนุญาตเฉพาะสำหรับครูชี่กงในไทย จึงควรสอบถามครูเรื่องการฝึกฝนและประสบการณ์

คำถามที่พบบ่อย

ชี่กงยากสำหรับมือใหม่ไหม

โดยทั่วไปไม่ยาก หลายรูปแบบสั้น ช้า และทำซ้ำ ๆ สามารถปรับให้เหมาะกับผู้ที่ต้องนั่งหรือขยับได้น้อย

ต้องเชื่อเรื่อง "ชี่" ไหมถึงจะฝึกได้

ไม่จำเป็น หลายคนฝึกเพียงเพื่อเป็นการออกกำลังกายเบา ๆ และผ่อนคลาย แนวคิดเรื่องชี่มาจากการแพทย์แผนจีนและไม่ใช่สิ่งที่วิทยาศาสตร์สมัยใหม่วัดได้

ชี่กงต่างจากไท่จี๋อย่างไร

ชี่กงเป็นกลุ่มการฝึกที่กว้าง มักสั้นและทำซ้ำ ส่วนไท่จี๋เริ่มจากศิลปะการต่อสู้และมีกระบวนท่าที่ยาวกว่า เมื่อฝึกเพื่อสุขภาพ ไท่จี๋มักถูกนับเป็นชี่กงประเภทหนึ่ง

งานวิจัยว่าอย่างไรบ้าง

ผลยังหลากหลายและงานวิจัยส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก บางงานชี้ว่าอาจช่วยการทรงตัวในผู้สูงอายุ อาการอ่อนเพลียและการนอนหลับในผู้ป่วยมะเร็ง และคุณภาพชีวิตในโรคเรื้อรังบางโรค แต่ยังต้องการงานวิจัยคุณภาพสูงเพิ่มเติม

ศาสตร์อื่นในหมวดการเคลื่อนไหว

บน pranathai

ค้นหาผู้ให้บริการชี่กง

ยังไม่มีผู้ให้บริการศาสตร์นี้บน pranathai คุณเป็นผู้ให้บริการในเมืองนี้ไหม สร้างหน้าโปรไฟล์ฟรี

แหล่งข้อมูล

  1. NCCIH (US National Institutes of Health) – Qigong: What You Need To Know
  2. Otehode U. & Penny B. – Qigong Therapy in 1950s China, East Asian History 40 (Australian National University)
  3. NCCIH – Tai Chi: What You Need To Know