ข้ามไปที่เนื้อหา
pranathai

การเคลื่อนไหว

ฤๅษีดัดตน

ท่าบริหารกายแบบไทยดั้งเดิมที่เคลื่อนไหวช้า ๆ ประสานกับลมหายใจ ขึ้นชื่อจากรูปปั้นฤๅษีที่วัดโพธิ์

ความหนักเบาเบา

ต้นกำเนิด

ประเทศไทย (สยาม)

ประวัติ

มีการบันทึกในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 โปรดให้บันทึกท่า 80 ท่าเป็นโคลงพร้อมภาพในช่วงทศวรรษ 1830

ระยะเวลาต่อครั้ง

ประมาณ 30–60 นาทีในโปรแกรมของงานวิจัยไทย และบางท่าทำได้ในไม่กี่นาที

ใบอนุญาตในไทย

ไม่จำเป็น

01

ที่มา

ฤๅษีดัดตน หมายถึงท่าดัดตนของฤๅษี ซึ่งเป็นนักพรตหรือผู้ทรงศีลในคติดั้งเดิม ท่าต่าง ๆ จึงมักแสดงผ่านรูปฤๅษีในท่าบริหารกาย มีคำอธิบายหนึ่งว่าท่าเหล่านี้ใช้คลายความเมื่อยล้าของร่างกายหลังนั่งสมาธิเป็นเวลานาน

หลักฐานที่รู้จักกันดีที่สุดอยู่ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) กรุงเทพฯ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ซึ่งทรงบูรณะและขยายวัดตั้งแต่ปี 2375 (ค.ศ. 1832) โปรดให้สร้างรูปฤๅษีดัดตน 80 ท่า แต่ละท่าว่ากันว่าช่วยบรรเทาอาการเฉพาะ และโปรดให้บันทึกท่าเป็นโคลงพร้อมภาพในสมุดไทย ซึ่งแคตตาล็อกแสตมป์ไทยระบุว่าเป็นปี ค.ศ. 1838 รูปปั้นทำจากปูนปั้น และตามบทความของ K.I. Matics (1977) เหลืออยู่ราว 18 รูป งานวิจัยปี 2564 ของอรวรรณ เชื้อน้อย ระบุว่ากลุ่มประติมากรรมที่เก่าที่สุดมีรูปแบบศิลปะสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์

จารึกวัดโพธิ์ (พ.ศ. 2374–2384) ซึ่งรวบรวมองค์ความรู้ไทยหลากหลายด้านรวมถึงตำรานวด ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกของยูเนสโกในปี 2554 ปัจจุบัน กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ส่งเสริมชุดท่าพื้นฐาน 15 ท่าที่ปรับให้ง่ายสำหรับประชาชนทั่วไป

02

หลักการ

ฤๅษีดัดตนเป็นการดูแลตนเองแบบแพทย์แผนไทย คือท่ายืดเหยียดช้า ๆ ที่ทำได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ และประสานกับลมหายใจ ท่าดั้งเดิมแต่ละท่ามีชื่อบอกอาการที่ใช้บรรเทา เช่น แก้เกียจ แก้แน่นหน้าอก หรือแก้ไหล่ตึง

นักวิจัยไทยอธิบายว่าการฝึกอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างท่าทาง การเคลื่อนไหว และการหายใจ คือหายใจเข้าออกลึก ๆ ช้า ๆ ขณะเข้าสู่ท่า ค้างไว้ครู่หนึ่ง แล้วคลายออก เป็นกิจกรรมความหนักระดับเบาที่ทำได้ทั้งท่ายืน ท่านั่ง และท่านอน

สิ่งที่ผู้คนมองหา

  • ยืดกล้ามเนื้อที่ตึง เช่น หลังนั่งหรือขับรถนาน ๆ
  • ออกกำลังกายเบา ๆ ทุกวันโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์
  • หายใจช้า ๆ อย่างสงบและผ่อนคลาย
  • รักษาความคล่องตัวเมื่ออายุมากขึ้น
  • ทำความรู้จักมรดกทางวัฒนธรรมไทย
03

ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร

ฤๅษีดัดตนผสมผสานการยืดเหยียดช้า ๆ และการกดคลึงตนเองเบา ๆ เข้ากับการหายใจลึก โดยขยับร่างกายทีละส่วน

1234
04

ขั้นตอนการรับบริการ

  1. 01

    เตรียมตัว

    นั่งหรือยืนให้สบาย ผ่อนคลายหัวไหล่ และหายใจช้า ๆ สักสองสามครั้ง

  2. 02

    เข้าสู่ท่า

    ค่อย ๆ ยืดเข้าสู่ท่าพร้อมหายใจเข้า เช่น ประสานมือแล้วดันแขนไปด้านหน้า

  3. 03

    ค้างไว้ครู่หนึ่ง

    ค้างท่าไว้สักครู่โดยไม่ฝืน และหายใจอย่างสงบ

  4. 04

    คลายท่า

    ค่อย ๆ กลับสู่ท่าเริ่มต้นพร้อมหายใจออก

  5. 05

    ทำซ้ำและสลับข้าง

    ทำแต่ละท่าซ้ำหลายครั้ง (ราว 5–10 ครั้งตามคำแนะนำด้านสาธารณสุข) ทั้งสองข้าง แล้วจึงเปลี่ยนท่าต่อไป

ข้อควรระวัง

  • เคลื่อนไหวช้า ๆ และอยู่ในช่วงที่สบาย การยืดไม่ควรทำให้เจ็บ ท่าดั้งเดิมบางท่าซับซ้อน จึงมักถูกปรับให้ง่ายขึ้นสำหรับผู้เริ่มต้น ผู้สูงอายุ และเด็ก
  • หากเพิ่งบาดเจ็บ ผ่าตัดเปลี่ยนข้อ มีภาวะกระดูกพรุน หรือมีปัญหาคอหรือหลัง ควรสอบถามแพทย์หรือแพทย์แผนไทยว่าท่าใดเหมาะกับคุณ
  • ไม่ควรกลั้นหายใจขณะออกแรง โดยเฉพาะผู้ที่มีความดันโลหิตสูงหรือโรคหัวใจ และหยุดทันทีหากรู้สึกเวียนศีรษะ
  • ระหว่างตั้งครรภ์ ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ก่อน และเลี่ยงท่าที่กดหรือบิดบริเวณท้อง
  • งานวิจัยเกี่ยวกับฤๅษีดัดตนยังมีจำกัด (ส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยขนาดเล็กในไทย) จึงควรมองว่าเป็นการออกกำลังกายเบา ๆ ไม่ใช่การรักษา และไม่ควรทำให้การไปพบแพทย์ล่าช้า

เป็นการดูแลเสริม ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ได้

05

ในประเทศไทย

ฤๅษีดัดตนเป็นส่วนหนึ่งของการแพทย์แผนไทย และได้รับการส่งเสริมโดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเผยแพร่ชุดท่าพื้นฐาน 15 ท่า และยังเคยแนะนำท่าง่าย ๆ ให้ผู้เดินทางช่วงสงกรานต์ ปัจจุบันมีการสอนในหลักสูตรแพทย์แผนไทย ชมรมสุขภาพในชุมชน และวัดหรือสปาบางแห่ง และยังสามารถชมรูปปั้นฤๅษีดัดตนได้ในวัดโพธิ์ กรุงเทพฯ มหาวิทยาลัยไทยได้ทำงานวิจัยขนาดเล็ก เช่น โปรแกรม 3 เดือนในผู้สูงอายุที่อุบลราชธานีซึ่งพบว่าคะแนนคุณภาพชีวิตดีขึ้น แต่งานวิจัยเหล่านี้มีขนาดเล็กและไม่มีกลุ่มควบคุม

คำถามที่พบบ่อย

ฤๅษีดัดตนเหมือนโยคะไหม

บางครั้งถูกเรียกว่า "โยคะไทย" เพราะใช้ท่าทางและการหายใจเหมือนกัน แต่ฤๅษีดัดตนเป็นภูมิปัญญาไทยที่มีประวัติของตนเอง มีบันทึกไว้ที่วัดโพธิ์ และได้รับการส่งเสริมโดยการแพทย์แผนไทยในปัจจุบัน

ต้องไปเรียนในคลาสไหม

ท่าง่าย ๆ เรียนรู้ได้จากสื่อของหน่วยงานสาธารณสุขและฝึกเองได้ แต่การเรียนในคลาสหรือกับแพทย์แผนไทยจะช่วยให้ฝึกท่าที่ซับซ้อนได้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ

ไปชมรูปปั้นฤๅษีได้ไหม

ได้ ยังมีรูปปั้นฤๅษีดัดตนจำนวนหนึ่งอยู่ในวัดโพธิ์ กรุงเทพฯ แม้หลายรูปจาก 80 รูปเดิมจะสูญหายไปแล้ว

มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ไหม

ยังมีจำกัด ส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยขนาดเล็กในไทยที่ไม่มีกลุ่มควบคุม เช่น เรื่องคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ จึงควรมองว่าเป็นการออกกำลังกายเบา ๆ และวัฒนธรรมการดูแลตนเอง

ศาสตร์อื่นในหมวดการเคลื่อนไหว

บน pranathai

ค้นหาผู้ให้บริการฤๅษีดัดตน

ยังไม่มีผู้ให้บริการศาสตร์นี้บน pranathai คุณเป็นผู้ให้บริการในเมืองนี้ไหม สร้างหน้าโปรไฟล์ฟรี

แหล่งข้อมูล

  1. Matics K.I. (1977) – Medical Arts at Wat Phra Chetuphon: Various Rishi Statues, Journal of the Siam Society 65.2 (Siam Society Knowledge Hub)
  2. อรวรรณ เชื้อน้อย (2021) – ประติมากรรมฤาษีดัดตน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม: รูปแบบศิลปะสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์, วารสารจันทรเกษมสาร 27(1)
  3. UNESCO Memory of the World – Epigraphic Archives of Wat Pho (registered 2011)
  4. Thailex – Thai Heritage Conservation Day 2021 stamps (hermit poses, 1838 manuscript)
  5. Wikipedia – Wat Pho (Rama III renovation from 1832; secondary source)
  6. The Standard – กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะท่าฤๅษีดัดตนระหว่างเดินทางช่วงสงกรานต์
  7. อมรรัตน์ นธะสนธิ์ และคณะ (2020) – ผลการออกกำลังกายด้วยฤๅษีดัดตนต่อภาวะโภชนาการและคุณภาพชีวิตในผู้สูงอายุ, Rama Nurs J 26(1)
  8. กมลพร อัจนารัศมี, สมคิด ปราบภัย (2019) – การศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับผลการเพิ่มสมาธิในเด็กสมาธิสั้นที่ฝึกฤๅษีดัดตน, J Thai Trad Alt Med 17(2)