ข้ามไปที่เนื้อหา
pranathai

อ่อนเพลีย

รู้สึกเหนื่อยตลอดเวลาเป็นเรื่องที่พบบ่อย และส่วนใหญ่หาสาเหตุและบรรเทาได้

31%

ของผู้ใหญ่ทั่วโลกมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ซึ่งการขยับน้อยเองก็ทำให้หมดพลังได้[4]

30%

ของผู้หญิงอายุ 15–49 ปีทั่วโลกมีภาวะโลหิตจาง ซึ่งเป็นสาเหตุของความอ่อนเพลียที่พบบ่อยและรักษาได้[3]

15 minutes

ของการเดินเร็ว ก็อาจเพียงพอที่จะช่วยเพิ่มพลังได้[2]

01

ปัญหาของยุคสมัย

ชีวิตยุคใหม่ดูดพลังเราไปอย่างเงียบ ๆ ทั้งการนั่งทำงานหรือติดรถนาน ๆ การดูหน้าจอจนดึก กินไม่เป็นเวลา และขยับร่างกายน้อย องค์การอนามัยโลกประเมินว่าผู้ใหญ่ทั่วโลก 31% มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ทั้งที่การขยับร่างกายสม่ำเสมอช่วยให้นอนดี อารมณ์ดี และมีพลัง ผู้ใหญ่จำนวนมากยังนอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมงขึ้นไปตามที่หน่วยงานสุขภาพแนะนำ

ความเครียดและอารมณ์เศร้าเป็นสาเหตุแฝงสำคัญของความอ่อนเพลีย ในประเทศไทย ข้อมูลกรมสุขภาพจิตพบว่า ระหว่างตุลาคม 2566 ถึงเมษายน 2567 ประชาชนราว 15.48% รายงานว่ามีความเครียด และ 17.20% มีสัญญาณของภาวะซึมเศร้า ซึ่งการไม่มีแรงเป็นหนึ่งในอาการหลักของภาวะซึมเศร้า สาเหตุทางกายก็สำคัญ ทั่วโลกผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ราว 30% มีภาวะโลหิตจาง ซึ่งมักทำให้อ่อนเพลีย

02

ทำความเข้าใจ

ความเหนื่อยคือความรู้สึกปกติหลังใช้แรงหรือนอนน้อย และหายได้เมื่อพักผ่อน ส่วนความอ่อนเพลียเรื้อรังคือการหมดพลังที่ลึกและยาวนาน พักแล้วก็ไม่หาย และรบกวนชีวิตประจำวัน มันเป็นอาการ ไม่ใช่การวินิจฉัย เป้าหมายจึงอยู่ที่การหาว่าอะไรอยู่เบื้องหลัง

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับวิถีชีวิต เช่น นอนไม่ดี กินไม่เป็นเวลาหรือไม่สมดุล ออกกำลังกายน้อย ดื่มกาแฟหรือแอลกอฮอล์มากไป และสาเหตุทางใจ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า ความโศกเศร้า หรือการเลี้ยงลูกอ่อน ส่วนสาเหตุทางกาย ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน (ตั้งครรภ์ วัยหมดประจำเดือน) การติดเชื้อ เช่น ไข้หวัดใหญ่หรือโควิด-19 ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก เบาหวาน โรคไทรอยด์ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ยาบางชนิด และที่พบน้อยกว่าคือกลุ่มอาการอ่อนล้าเรื้อรัง (ME/CFS) เมื่อเหนื่อยล้าต่อเนื่องอย่างน้อยสามเดือน

03

สิ่งที่ทำได้ตั้งแต่วันนี้

  1. 01กินน้อยแต่บ่อยกินอาหารเป็นมื้อและของว่างที่ดีต่อสุขภาพทุก 3–4 ชั่วโมง แทนการกินมื้อใหญ่มื้อเดียว เพื่อให้พลังงานคงที่
  2. 02เริ่มจากเดิน 15 นาทีแค่เดินเร็วสั้น ๆ ครั้งเดียวก็ช่วยเพิ่มพลังได้ ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นในหลายสัปดาห์ จนถึงกิจกรรมระดับปานกลาง 150 นาทีต่อสัปดาห์
  3. 03ดูแลการนอนเข้านอนและตื่นเวลาเดิม หลีกเลี่ยงการงีบกลางวัน และวางหน้าจอในชั่วโมงก่อนนอน
  4. 04ค่อย ๆ ลดคาเฟอีนฤทธิ์ของคาเฟอีนอยู่ได้นานถึง 7 ชั่วโมงและรบกวนการนอน หลีกเลี่ยงช่วงเย็น และลดทีละน้อยเพื่อเลี่ยงอาการปวดหัว
  5. 05ทบทวนเรื่องแอลกอฮอล์แอลกอฮอล์อาจช่วยให้หลับเร็ว แต่ทำให้คุณภาพการนอนแย่ลง ตื่นมาเหนื่อยกว่าเดิม ควรงดก่อนนอน
  6. 06ดื่มน้ำแม้ขาดน้ำเพียงเล็กน้อยก็ทำให้รู้สึกเหนื่อยได้ โดยเฉพาะในอากาศร้อนของไทยและหลังออกกำลังกาย
  7. 07ลดภาระความเครียดความเครียดใช้พลังงานมาก กิจกรรมผ่อนคลาย เช่น โยคะ ไท่จี๋ ฟังเพลง อ่านหนังสือ หรือใช้เวลากับเพื่อน ช่วยชาร์จพลังได้
  8. 08พูดคุยเรื่องนี้หากความเหนื่อยเกี่ยวข้องกับความเครียด ความวิตกกังวล หรืออารมณ์เศร้า การปรึกษาหรือ CBT ช่วยแก้ที่ต้นเหตุได้

หนึ่งวันที่ช่วยได้

  1. เช้า

    ตื่นเวลาเดิม ดื่มน้ำหนึ่งแก้ว และกินอาหารเช้าง่าย ๆ

  2. กลางวัน

    กินอะไรสักอย่างทุก 3–4 ชั่วโมง และเดิน 15 นาที โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือพักเที่ยง

  3. บ่าย

    ดื่มกาแฟหรือชาแก้วสุดท้ายตั้งแต่ต้นบ่าย และอดใจไม่งีบนาน ๆ

  4. เย็น

    กินมื้อเย็นก่อนนอนสองสามชั่วโมง วางหน้าจอหนึ่งชั่วโมงก่อนนอน และเข้านอนเป็นเวลา

04

ศาสตร์ที่อาจช่วยได้

ศาสตร์ทางเลือกช่วยเสริมได้ ควบคู่กับการรักษาทางการแพทย์เมื่อจำเป็น นี่คือสิ่งที่แต่ละศาสตร์ให้ได้อย่างตรงไปตรงมา

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมนอนครบแล้วยังเหนื่อย

คุณภาพการนอนสำคัญพอ ๆ กับจำนวนชั่วโมง แอลกอฮอล์ คาเฟอีน ความเครียด หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาจรบกวนการนอนโดยไม่รู้ตัว ความอ่อนเพลียยังอาจมาจากอารมณ์เศร้า โลหิตจาง โรคไทรอยด์ หรือโรคอื่น หากเป็นนานหลายสัปดาห์ ควรพบแพทย์

ควรกินวิตามินหรืออาหารเสริมเพิ่มพลังไหม

ควรกินเมื่อพบว่าขาดจริงเท่านั้น เช่น ธาตุเหล็กช่วยได้เมื่อตรวจเลือดยืนยันว่ามีภาวะโลหิตจาง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรแทนการรักษาตัวเอง เพราะอาหารเสริมอาจบังสาเหตุที่แท้จริง

เครื่องดื่มชูกำลังช่วยได้ไหม

ช่วยกระตุ้นได้ชั่วคราว แต่คาเฟอีนอาจรบกวนการนอนได้หลายชั่วโมง ซึ่งมักทำให้วันรุ่งขึ้นเหนื่อยกว่าเดิม น้ำเปล่า การกินเป็นเวลา และการขยับร่างกาย เชื่อถือได้มากกว่า

เหนื่อยมาก ควรออกกำลังกายจริงหรือ

สำหรับคนส่วนใหญ่ การเริ่มเล็ก ๆ แม้แค่เดิน 15 นาที ช่วยเพิ่มพลังได้เมื่อเวลาผ่านไป แต่หากเหนื่อยรุนแรง ไม่ทราบสาเหตุ หรือแย่ลงมากหลังออกแรง ควรพบแพทย์ก่อนเพิ่มกิจกรรม

นวดหรือสปาช่วยแก้ความอ่อนเพลียได้ไหม

ช่วยให้ผ่อนคลายและรู้สึกได้รับการดูแล ซึ่งมีค่าเมื่อความเครียดเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา แต่ไม่ได้รักษาสาเหตุของความอ่อนเพลียเรื้อรัง จึงควรทำควบคู่กับการนอน อาหาร การขยับร่างกาย และการตรวจสุขภาพหากยังเหนื่อยอยู่

บน pranathai

ผู้ให้บริการด้านอ่อนเพลียบน pranathai

ดูผู้ให้บริการทั้ง 246 ราย →

แหล่งข้อมูล

เป็นการดูแลเสริม ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ได้

  1. NHS – Why am I tired all the time?
  2. NHS – Self-help tips to fight tiredness
  3. WHO – Anaemia (fact sheet, 10 Feb 2025)
  4. WHO – Physical activity (fact sheet, 26 June 2024)
  5. CDC – About sleep (recommended hours and healthy sleep habits)
  6. WHO – Depressive disorder (depression) (fact sheet, updated 11 Sept 2026)
  7. Thai PBS World – Escalating mental health concerns in Thailand (10 June 2024; Department of Mental Health data via NESDC)
  8. Department of Mental Health (Thailand) – Mental Health Check-In and 1323 hotline
  9. National Institute for Emergency Medicine (Thailand) – emergency number 1669