ข้ามไปที่เนื้อหา
pranathai

การแพทย์ดั้งเดิมและธรรมชาติ

ครอบแก้ว

เทคนิคโบราณที่ใช้ถ้วยสร้างแรงดูดบนผิวหนัง ผู้คนมักใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยและตึงของกล้ามเนื้อ

ความหนักเบาปานกลาง

ต้นกำเนิด

จีน และเอเชียตะวันตก/ตะวันออกกลาง

ประวัติ

ใช้กันมาหลายพันปีในการแพทย์ดั้งเดิมหลายสาย

ระยะเวลาต่อครั้ง

โดยทั่วไปวางถ้วยไว้หลายนาที

ใบอนุญาตในไทย

ไม่จำเป็น

01

ที่มา

การครอบแก้วเป็นศาสตร์เก่าแก่ที่พบในการแพทย์ดั้งเดิมหลายภูมิภาค ทั้งจีนและเอเชียตะวันตก (ตะวันออกกลาง) และใช้กันมาหลายพันปี แต่เดิมถ้วยทำจากไม้ไผ่ แก้ว หรือเซรามิก ปัจจุบันยังมีถ้วยพลาสติกที่ใช้อุปกรณ์ดูดลมด้วย

ในการแพทย์แผนจีนเรียกว่า "ป๋าก้วน" และตั้งแต่ปี 1950 ได้ถูกใช้เป็นวิธีรักษาอย่างเป็นทางการในโรงพยาบาลทั่วประเทศจีน มีสองรูปแบบหลัก คือ แบบแห้งซึ่งใช้แรงดูดอย่างเดียว และแบบเปียกซึ่งเจาะผิวเล็กน้อยเพื่อให้เลือดถูกดูดออกมาในถ้วย

02

หลักการ

ในการแพทย์ดั้งเดิมของเอเชียตะวันออก รอยที่เกิดจากการครอบแก้วถือเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาโดยตั้งใจ แรงดูดจะยกผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวขึ้นมาในถ้วย ทำให้หลอดเลือดฝอยแตกและเกิดรอยกลมสีแดงหรือม่วง

งานวิจัยยังไม่สามารถอธิบายได้ชัดเจนว่าการครอบแก้วช่วยลดปวดได้อย่างไร รอยที่เกิดขึ้นคือเลือดที่ซึมอยู่ใต้ผิวหนัง ไม่ใช่ "สารพิษ" ที่ถูกขับออก

สิ่งที่ผู้คนมองหา

  • บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหลัง คอ หรือบ่า
  • ความรู้สึกคลายตัวหลังเล่นกีฬาหรือนั่งทำงานนาน ๆ
  • การผ่อนคลายเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาแบบแพทย์จีนหรือการนวด
  • เป็นทางเลือกเสริมควบคู่การดูแลอื่นสำหรับอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง
03

ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร

แรงดูดจะดึงผิวหนังและกล้ามเนื้อขึ้นมาในถ้วย ส่วนใหญ่ทำบริเวณที่มีกล้ามเนื้อหนา

1234
04

ขั้นตอนการรับบริการ

  1. 01

    ตรวจสุขภาพเบื้องต้น

    ผู้ให้การรักษาจะถามเรื่องสุขภาพ ยาที่ใช้ และโรคผิวหนัง เพื่อดูว่าเหมาะกับการครอบแก้วหรือไม่

  2. 02

    เตรียมผิว

    คุณจะนอนลงและทำความสะอาดผิว หากจะเลื่อนถ้วยจะทาน้ำมันก่อน

  3. 03

    สร้างแรงดูด

    ไล่อากาศออกจากถ้วยด้วยเปลวไฟสั้น ๆ หรือที่ปั๊มลม แล้ววางบนผิว โดยทั่วไปใช้ 3–5 ถ้วย บางครั้งถึง 7 ถ้วย

  4. 04

    วางถ้วยไว้

    วางถ้วยทิ้งไว้หลายนาที หรือเลื่อนไปมาเบา ๆ บนกล้ามเนื้อ จะรู้สึกถูกดึงและตึง

  5. 05

    ถอดถ้วย

    ผู้ให้การรักษาจะปล่อยแรงดูดและยกถ้วยออก รอยกลมสีแดงหรือม่วงเป็นเรื่องปกติ และมักจางภายใน 1–2 สัปดาห์

ข้อควรระวัง

  • ไม่ควรครอบแก้วระหว่างตั้งครรภ์
  • หากมีภาวะเลือดออกง่ายหรือการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ใช้ยาละลายลิ่มเลือด มีเม็ดเลือดแดงต่ำ ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ เป็นโรคหัวใจหรือหลอดเลือด หรือโรคลมชัก ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ไม่ควรทำบริเวณที่เป็นผื่นผิวหนังอักเสบหรือสะเก็ดเงิน เพราะอาจทำให้แย่ลง และเคยมีรายงานแผลไหม้ แผลเป็น รอยสีผิวถาวร และการติดเชื้อ
  • การครอบแก้วแบบเปียกเกี่ยวข้องกับเลือด อุปกรณ์ที่ไม่ได้ฆ่าเชื้อระหว่างผู้รับบริการอาจแพร่ไวรัสตับอักเสบบีและซีได้ ควรเลือกถ้วยแบบใช้ครั้งเดียวหรือที่ฆ่าเชื้ออย่างถูกต้อง
  • หากแพทย์เห็นรอย ควรแจ้งว่าเกิดจากการครอบแก้ว เพื่อไม่ให้เข้าใจผิดว่าเป็นการบาดเจ็บหรือถูกทำร้าย

เป็นการดูแลเสริม ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ได้

05

ในประเทศไทย

ในประเทศไทย เมื่อการครอบแก้วเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาแบบแพทย์จีน จะอยู่ในขอบเขตของการแพทย์แผนจีน อันเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะที่ต้องมีใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2556 แพทย์จีนต้องสอบและได้รับใบอนุญาต เราไม่พบกฎเกณฑ์ของไทยที่ระบุเฉพาะการครอบแก้วนอกสถานพยาบาล เช่น ในสปา โดยเฉพาะการครอบแก้วแบบเปียก ควรเลือกแพทย์จีนที่มีใบอนุญาตและขอดูใบอนุญาตก่อน

คำถามที่พบบ่อย

ครอบแก้วเจ็บไหม

ส่วนใหญ่รู้สึกถูกดึงหรือตึงมากกว่าเจ็บ หากไม่สบายตัวให้บอกผู้ให้การรักษา เพื่อลดแรงดูดลง

รอยอยู่นานแค่ไหน

รอยกลมคล้ายรอยช้ำ และมักจางภายใน 1–2 สัปดาห์

มีหลักฐานว่าได้ผลไหม

ยังมีจำกัด งานวิจัยบางชิ้นชี้ว่าอาจลดอาการปวดได้ แต่ส่วนใหญ่คุณภาพต่ำ และยังไม่มีหลักฐานที่ดีพอสำหรับภาวะอื่น

ครอบแก้วแบบแห้งกับแบบเปียกต่างกันอย่างไร

แบบแห้งใช้แรงดูดอย่างเดียว ส่วนแบบเปียกจะเจาะผิวเล็กน้อยก่อน เพื่อดูดเลือดออกมาในถ้วย จึงมีความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อและการเสียเลือดเพิ่มขึ้น

ศาสตร์อื่นในหมวดการแพทย์ดั้งเดิมและธรรมชาติ

บน pranathai

ค้นหาผู้ให้บริการครอบแก้ว

ยังไม่มีผู้ให้บริการศาสตร์นี้บน pranathai คุณเป็นผู้ให้บริการในเมืองนี้ไหม สร้างหน้าโปรไฟล์ฟรี

แหล่งข้อมูล

  1. NCCIH (US National Institutes of Health) – Cupping
  2. Cleveland Clinic – Cupping Therapy
  3. Cao H, Li X, Liu J. An updated review of the efficacy of cupping therapy. PLoS One, 2012 (PMC3289625)
  4. Aboushanab TS, AlSanad S. Cupping Therapy: An Overview from a Modern Medicine Perspective. J Acupunct Meridian Stud, 2018 (PMID 29436369)
  5. Nielsen A, Kligler B, Koll BS. Safety protocols for gua sha (press-stroking) and baguan (cupping). Complement Ther Med, 2012 (PMID 22863649)
  6. Sutthachaianan T. et al. Study of the Situation of Traditional Chinese Medicine Doctors in the Public Health System of Thailand. Journal of Thai Traditional and Alternative Medicine (DTAM), 2023