การแพทย์ดั้งเดิมและธรรมชาติ
รมยา
ศาสตร์จากเอเชียตะวันออกที่ใช้ความร้อนจากการเผาโกฐจุฬาลัมพา (มอกซ่า) อุ่นจุดเฉพาะบนร่างกาย
ความหนักเบาเบา
ต้นกำเนิด
จีน / เอเชียตะวันออก
ประวัติ
เก่าแก่ เป็นส่วนหนึ่งของการแพทย์แผนจีนที่พัฒนามาหลายพันปี
ใบอนุญาตในไทย
ไม่จำเป็น
ที่มา
การรมยา (โมกซิบัสชั่น) เป็นวิธีบำบัดของเอเชียตะวันออกที่ใช้ความร้อนจากการเผาสมุนไพรสกุล Artemisia หรือโกฐจุฬาลัมพา เพื่อกระตุ้นจุดฝังเข็ม เป็นส่วนหนึ่งของการแพทย์แผนจีน ซึ่งพัฒนามาหลายพันปี วัสดุที่ใช้เรียกว่า มอกซ่า คือใบโกฐจุฬาลัมพาตากแห้งที่บ่มและบดจนเป็นปุย แล้วนำมาปั้นเป็นกรวยเล็ก ๆ หรือม้วนเป็นแท่งคล้ายซิการ์
ศาสตร์นี้แพร่หลายทั่วเอเชียตะวันออก ภาษาจีนเรียกว่า อ้าย (艾) ภาษาญี่ปุ่นเรียกพืชนี้ว่า โยโมงิ และเกาหลีก็มีตำนานกำเนิดของตนเอง ชาวตะวันตกบันทึกถึงการรมยาครั้งแรกโดยมิชชันนารีโปรตุเกสในญี่ปุ่นช่วงศตวรรษที่ 16 และหนังสือเล่มแรกในโลกตะวันตกเรื่องนี้ของ แฮร์มันน์ บุชอฟ ตีพิมพ์ในปี 1674
ปัจจุบันงานวิจัยส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน และงานทบทวนอิสระมองว่าคุณภาพส่วนใหญ่ยังต่ำ ยกเว้นเรื่องการช่วยให้ทารกท่าก้นกลับหัว ซึ่งงานทบทวนของ Cochrane ปี 2023 พบหลักฐานระดับความเชื่อมั่นปานกลาง
หลักการ
แนวคิดหลักคือใช้ความอุ่นแทนเข็มบนจุดฝังเข็มที่เลือกไว้ ความร้อนมีตั้งแต่อุ่นสบายบนผิวไปจนถึงทำให้เนื้อเยื่อเสียหายหากร้อนเกินไป นักวิจัยระบุว่าความร้อนบนผิวกระตุ้นการตอบสนองแบบอักเสบและการไหลเวียนของหลอดเลือดเฉพาะที่
ตัวอย่างที่มีการศึกษามากที่สุดคือจุดที่นิ้วก้อยเท้า (จุดกระเพาะปัสสาวะ 67) ในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ โดยหวังให้ความอุ่นกระตุ้นมดลูกและช่วยให้ทารกท่าก้นกลับหัว สำหรับการใช้ในเรื่องอื่น ๆ งานภาพรวมของการทบทวนอย่างเป็นระบบสรุปว่ายังมีความไม่แน่นอนอย่างมากเกี่ยวกับประโยชน์ในการรักษา
สิ่งที่ผู้คนมองหา
- ความรู้สึกอุ่นสบายและผ่อนคลายเฉพาะจุด
- อยากรู้จักการแพทย์แผนจีนมากขึ้น
- ใช้ควบคู่กับการฝังเข็ม
- ช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ ภายใต้การดูแลของผดุงครรภ์หรือแพทย์ เพื่อลองช่วยให้ทารกท่าก้นกลับหัว
ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร
การรมยาอาศัยความร้อนที่วางบนหรือใกล้ผิวหนังเหนือจุดเฉพาะ บางครั้งใช้ร่วมกับเข็มฝังเข็ม
ขั้นตอนการรับบริการ
- 01
แจ้งข้อมูลสุขภาพ
ก่อนเริ่ม ควรบอกผู้รักษาเรื่องโรคประจำตัว การตั้งครรภ์ และยาทุกชนิดที่ใช้อยู่
- 02
เลือกจุด
ผู้รักษาเลือกจุดที่จะรม ตามแนวทางที่ใช้และเหตุผลที่คุณมารับบริการ
- 03
รมแบบอ้อม
ที่พบบ่อยคือจุดแท่งมอกซ่าแล้วถือห่างผิวเล็กน้อย หรือวางกรวยมอกซ่าเล็ก ๆ บนปลายเข็มเพื่อให้เข็มอุ่น
- 04
รมแบบตรง
บางสำนักวางกรวยมอกซ่าบนผิวแล้วนำออกก่อนจะไหม้ และยังมีแบบดั้งเดิมที่ทำให้เกิดแผลเป็น จึงควรถามก่อนว่าจะใช้วิธีใด
- 05
หลังรม
ตรวจดูผิวว่ามีรอยแดงหรือตุ่มพองหรือไม่ กรณีทารกท่าก้น ผู้รักษาบางคนสอนคู่ครองให้รมที่บ้าน ซึ่งต้องระวังเรื่องผิวไหม้
ข้อควรระวัง
- การรมยามีความเสี่ยงจริงที่จะเกิดแผลไหม้และการติดเชื้อที่ผิว หากรู้สึกร้อนเกินไปให้บอกทันที
- ระหว่างตั้งครรภ์ ควรทำเมื่อผดุงครรภ์หรือแพทย์เห็นชอบเท่านั้น งานวิจัยรายงานอาการมดลูกบีบตัว ทารกดิ้นมากขึ้น คลื่นไส้ ปวดศีรษะ และแผลไหม้ อีกทั้งการรายงานความปลอดภัยยังไม่ครบถ้วน
- หากผิวรับความรู้สึกได้น้อยลง มีแผล ติดเชื้อ หรือมีโรคผิวหนัง ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- ไม่ใช่สิ่งทดแทนการรักษาทางการแพทย์ หากอาการไม่หาย กลับมาเป็นซ้ำ หรือแย่ลง ควรพบแพทย์ และอย่าหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง
เป็นการดูแลเสริม ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ได้
ในประเทศไทย
ในประเทศไทย การรมยาจัดอยู่ในสายการแพทย์แผนจีน ซึ่งเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะที่ต้องมีใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุขตามพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 โดยมีกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นผู้กำกับดูแล ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 มีผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีน 2,370 คน และทุกคนสามารถตรวจสอบใบอนุญาตของผู้ให้บริการได้ทางระบบตรวจสอบรายชื่อออนไลน์ของกอง
คำถามที่พบบ่อย
รมยาเจ็บไหม
ควรรู้สึกอุ่น ไม่ใช่เจ็บ ความเสี่ยงหลักที่มีรายงานคือแผลไหม้ หากร้อนเกินไปให้บอกผู้รักษาทันที
ได้ผลจริงหรือไม่
หลักฐานชัดที่สุดคือเรื่องช่วยให้ทารกท่าก้นกลับหัว (ระดับปานกลางในงานทบทวน Cochrane ปี 2023 แต่ไม่ได้ลดการผ่าคลอดอย่างชัดเจน) ส่วนเรื่องอื่น ๆ งานวิจัยส่วนใหญ่คุณภาพต่ำและประโยชน์ยังไม่แน่นอน
เหมือนกับการฝังเข็มหรือไม่
ไม่เชิง ใช้จุดเดียวกันแต่ใช้ความร้อนแทนเข็ม แม้บางครั้งจะใช้ร่วมกันโดยวางมอกซ่าบนปลายเข็ม
ทำเองที่บ้านได้ไหม
ในงานวิจัยเรื่องทารกท่าก้น ผู้หญิงหรือคู่ครองรมยาเองที่บ้านหลังได้รับการสอน และมีรายงานผิวไหม้จากการถือแท่งใกล้เกินไป ควรทำเมื่อได้รับคำแนะนำและผดุงครรภ์หรือแพทย์เห็นชอบเท่านั้น
ศาสตร์อื่นในหมวดการแพทย์ดั้งเดิมและธรรมชาติ
บน pranathai
ค้นหาผู้ให้บริการรมยา
ยังไม่มีผู้ให้บริการศาสตร์นี้บน pranathai คุณเป็นผู้ให้บริการในเมืองนี้ไหม สร้างหน้าโปรไฟล์ฟรี
แหล่งข้อมูล
- Coyle ME, Smith CA, Peat B (2023). Cephalic version by moxibustion for breech presentation. Cochrane Database of Systematic Reviews, Issue 5 (CD003928)
- Lee MS, Kang JW, Ernst E (2010). Does moxibustion work? An overview of systematic reviews. BMC Research Notes 3:284
- NCCIH (US National Institutes of Health) – Traditional Chinese Medicine: What You Need To Know
- Wikipedia – Moxibustion (secondary overview of history, materials and methods; cites Ernst 2019 on burns and infection)
- Division of Health Facilities and Healing Arts, Department of Health Service Support, Thai Ministry of Public Health – Number of licensed healing-arts practitioners by branch (as of 30 Sept 2025)
- Division of Health Facilities and Healing Arts – Check the register of licensed healing-arts practitioners
- NHS – Herbal medicines and complementary therapies