จิตใจและการดูแลใจ
การสะกดจิตบำบัด
การใช้การสะกดจิต ซึ่งเป็นภาวะที่ความสนใจจดจ่อและตอบสนองต่อคำแนะนำได้ดีขึ้น เพื่อช่วยเปลี่ยนนิสัย ความคิด หรือการรับรู้อาการต่าง ๆ
ความหนักเบาเบา
ต้นกำเนิด
ยุโรป (ฝรั่งเศสและอังกฤษ)
ประวัติ
มีรากจาก "แม่เหล็กสัตว์" ของเมสเมอร์ (ปารีส ตั้งแต่ปี 1778) และคำว่า hypnotism แพร่หลายผ่านเจมส์ เบรด ราวปี 1841
ใบอนุญาตในไทย
ไม่จำเป็น
ที่มา
การสะกดจิตพัฒนามาจาก "แม่เหล็กสัตว์" (animal magnetism) ทฤษฎีของฟรันซ์ อันทอน เมสเมอร์ (1734–1815) แพทย์ชาวเยอรมันที่ประกอบวิชาชีพในปารีสตั้งแต่ปี 1778 ในปี 1784 คณะกรรมการหลวงซึ่งมีเบนจามิน แฟรงคลิน และอ็องตวน ลาวัวซีเย ร่วมอยู่ด้วย ไม่พบหลักฐานของ "ของไหลแม่เหล็ก" และสรุปว่าผลที่เกิดขึ้นมาจากจินตนาการ ซึ่งมักถูกยกเป็นการสังเกตปรากฏการณ์ยาหลอกยุคแรก ๆ
ราวปี 1841 เจมส์ เบรด ทำให้คำว่า hypnotism และ hypnosis แพร่หลาย และออกห่างจากทฤษฎีแม่เหล็ก ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ในฝรั่งเศส ฌ็อง-มาร์แต็ง ชาร์โก อธิบายระยะต่าง ๆ ของการสะกดจิต ขณะที่อีปอลิต แบร์นไฮม์ เน้นบทบาทของคำแนะนำทางวาจา ปีแยร์ ฌาแนต์ และซิกมันด์ ฟรอยด์ นำแนวคิดเรื่องจิตสำนึกและจิตไร้สำนึกเข้ามา ในศตวรรษที่ 20 มิลตัน อีริกสัน เป็นที่รู้จักจากการใช้คำแนะนำแบบอ้อมผ่านการสนทนา
ในปี 2015 แผนกการสะกดจิตของสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (APA) เผยแพร่นิยามใหม่ว่า การสะกดจิตคือ "ภาวะของจิตสำนึกที่ความสนใจจดจ่อและการรับรู้สิ่งรอบข้างลดลง โดยมีความสามารถในการตอบสนองต่อคำแนะนำเพิ่มขึ้น" นักวิจัยบางกลุ่มวิจารณ์นิยามนี้ และธรรมชาติของการสะกดจิตยังเป็นที่ถกเถียงอยู่
หลักการ
เซสชันมักเริ่มด้วยการเหนี่ยวนำ (induction) คือคำแนะนำที่มักเกี่ยวกับการผ่อนคลาย เพื่อช่วยให้จดจ่อและดื่มด่ำกับประสบการณ์ จากนั้นผู้บำบัดจะให้คำแนะนำเพื่อเปลี่ยนประสบการณ์ เช่น รู้สึกสบายขึ้น หรือรู้สึกอยากทำนิสัยบางอย่างน้อยลง ผู้รับการสะกดจิตมักรู้สึกว่าผลเหล่านี้เกิดขึ้นเองโดยไม่ต้องพยายาม
นักจิตวิทยาหลายคนมองว่าการสะกดจิตไม่ใช่การบำบัดในตัวเอง แต่เป็นชุดเครื่องมือที่ใช้ร่วมกับแนวทางอื่น เช่น การบำบัดความคิดและพฤติกรรม มีทฤษฎีหลักสองแนว แนวหนึ่งมองว่าเป็นภาวะจิตพิเศษที่เปลี่ยนไป อีกแนวมองว่าเป็นการใช้จินตนาการอย่างจดจ่อและการเข้าสู่บทบาท
สิ่งที่ผู้คนมองหา
- ปรับนิสัย เช่น การสูบบุหรี่
- เรียนรู้การผ่อนคลายลึกและการสะกดจิตตนเอง
- รับมือกับความเครียดและความประหม่า
- ลองวิธีใหม่ในการสัมพันธ์กับความไม่สบายกาย
- เตรียมใจก่อนเหตุการณ์ที่ท้าทาย
- เสริมการดูแลอาการทางเดินอาหาร ควบคู่กับการดูแลของแพทย์
ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร
การสะกดจิตทำงานผ่านความสนใจและจินตนาการ เมื่อความสนใจแคบลงและเปิดรับคำแนะนำ การรับรู้ความรู้สึกและสถานการณ์ก็อาจเปลี่ยนไป
ขั้นตอนการรับบริการ
- 01
พูดคุย
ผู้บำบัดถามถึงเป้าหมาย สุขภาพ และยาที่ใช้ แล้วอธิบายว่าจะเกิดอะไรขึ้น
- 02
การเหนี่ยวนำ
นั่งหรือนอนสบาย ๆ ขณะที่คำแนะนำช่วยให้ผ่อนคลายและจดจ่อ
- 03
ทำให้ลึกขึ้น
ผู้บำบัดบางคนใช้จินตภาพหรือการนับเพื่อช่วยให้ดื่มด่ำมากขึ้น
- 04
คำแนะนำ
ผู้บำบัดให้คำแนะนำที่เชื่อมกับเป้าหมาย คุณขอหยุดได้ทุกเมื่อ
- 05
กลับสู่ภาวะปกติ
ผู้บำบัดพากลับสู่ความตื่นตัวเต็มที่
- 06
สรุปและการสะกดจิตตนเอง
พูดคุยถึงประสบการณ์ และอาจได้เรียนวิธีสะกดจิตตนเองสั้น ๆ ไว้ฝึกที่บ้าน
ข้อควรระวัง
- การสะกดจิตบำบัดอาจไม่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่เป็นโรคจิตเภทหรือมีประวัติภาวะโรคจิต หรือผู้ที่เป็นโรคลมชัก ควรแจ้งผู้บำบัดถึงโรคประจำตัวและยาทุกชนิด
- ไม่ควรใช้การสะกดจิตเพื่อ "ขุดคืน" ความทรงจำ เพราะงานวิจัยพบว่าอาจสร้างความทรงจำเท็จและทำให้มั่นใจในความทรงจำนั้นมากขึ้น
- การสะกดจิตไม่ได้ใช้แทนการรักษาทางการแพทย์หรือจิตบำบัด หากมีภาวะซึมเศร้า บาดแผลทางใจ โรควิตกกังวล หรือปัญหาสุขภาพจิตอื่น ควรพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาที่มีคุณวุฒิ
- หลักฐานยังจำกัด แนวทางเวชปฏิบัติแทบไม่แนะนำการสะกดจิตบำบัด และการทบทวนของ Cochrane เรื่องโรคลำไส้แปรปรวนเห็นว่างานวิจัยมีคุณภาพไม่พอที่จะสรุปได้ชัดเจน
- เลือกผู้บำบัดอย่างรอบคอบ และออกจากเซสชันได้ทันทีหากรู้สึกไม่สบายใจ เคยมีรายงานกรณีการล่วงละเมิดโดยผู้ที่อ้างว่าใช้การสะกดจิต
เป็นการดูแลเสริม ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ได้
ในประเทศไทย
ภาษาไทยเรียก hypnosis ว่า "การสะกดจิต" และ hypnotherapy ว่า "สะกดจิตบำบัด" เราไม่พบกฎหมายหรือทะเบียนทางการของไทยที่กำกับผู้ให้บริการสะกดจิตบำบัดโดยเฉพาะ และไม่พบข้อมูลทางการเกี่ยวกับการให้บริการในไทย คุณวุฒิของผู้ให้บริการจึงแตกต่างกันมาก และควรตรวจสอบอย่างรอบคอบ สำหรับปัญหาสุขภาพจิต ก้าวแรกที่ปลอดภัยที่สุดคือพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาคลินิกในโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ได้รับอนุญาต ซึ่งสามารถแนะนำได้ว่าการสะกดจิตจะเป็นทางเสริมที่เหมาะหรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
จะสูญเสียการควบคุมหรือถูกบังคับให้ทำสิ่งที่ไม่ต้องการไหม
การสะกดจิตทางคลินิกอาศัยความร่วมมือของคุณ และคุณขอหยุดเซสชันได้ทุกเมื่อ ผลของคำแนะนำอาจรู้สึกว่าเกิดขึ้นเอง แต่เคยมีรายงานการใช้ในทางที่ผิด จึงควรเลือกผู้บำบัดอย่างรอบคอบ
สะกดจิตบำบัดได้ผลไหม
หลักฐานยังผสมผสานและโดยรวมไม่แข็งแรง NHS อาจเสนอสำหรับโรคลำไส้แปรปรวนเมื่อการรักษาอื่นไม่ได้ผล แต่การทบทวนของ Cochrane พบว่างานวิจัยเล็กและคุณภาพต่ำเกินกว่าจะสรุปได้ชัดเจน
ทุกคนถูกสะกดจิตได้ไหม
แต่ละคนตอบสนองต่อคำแนะนำได้ไม่เท่ากัน เรียกว่าความสามารถในการถูกสะกดจิต (hypnotizability) ประสบการณ์จึงแตกต่างกันไป
เหมือนการสะกดจิตบนเวทีไหม
ไม่เหมือน การสะกดจิตบนเวทีเป็นความบันเทิง ส่วนสะกดจิตบำบัดใช้ในสถานที่ส่วนตัว มีเป้าหมายชัดเจน และได้รับความยินยอม
ศาสตร์อื่นในหมวดจิตใจและการดูแลใจ
บน pranathai
ค้นหาผู้ให้บริการการสะกดจิตบำบัด
ยังไม่มีผู้ให้บริการศาสตร์นี้บน pranathai คุณเป็นผู้ให้บริการในเมืองนี้ไหม สร้างหน้าโปรไฟล์ฟรี
แหล่งข้อมูล
- NHS – Hypnotherapy
- Elkins GR, Barabasz AF, Council JR, Spiegel D (2015) Advancing research and practice: the revised APA Division 30 definition of hypnosis (abstract)
- Psychology Tools – Hypnosis and suggestion (quotes the APA Division 30 definition)
- Wikipedia – Hypnosis
- Wikipedia – Franz Anton Mesmer
- Webb AN et al. (2007) Hypnotherapy for treatment of irritable bowel syndrome. Cochrane Database of Systematic Reviews (abstract)
- Wikipedia (Thai) – การสะกดจิต (Hypnosis)