NLP Top Coach
กรุงเทพฯ
จิตใจและการดูแลใจ
การพูดคุยอย่างมีโครงสร้างกับโค้ช เพื่อให้เห็นเป้าหมายชัดขึ้นและลงมือทำได้จริง เป็นการสนับสนุนการเติบโต ไม่ใช่การรักษา
ความหนักเบาเบา
ต้นกำเนิด
สหรัฐอเมริกา
ประวัติ
ก่อตัวช่วงปลายทศวรรษ 1980–1990 สหพันธ์โค้ชนานาชาติ (ICF) ก่อตั้งในปี 1995
ใบอนุญาตในไทย
ไม่จำเป็น
ไลฟ์โค้ชชิ่งได้รับอิทธิพลจากหลายแหล่ง ทั้งการโค้ชด้านกีฬาและจิตวิทยาการกีฬา กระแส Human Potential Movement ในทศวรรษ 1960 และแนวคิดจากจิตวิทยาหลายสาขา ส่วนการศึกษาเชิงวิชาการเกี่ยวกับโค้ชชิ่งเริ่มจริงจังในทศวรรษ 1980
ผู้บุกเบิกเชิงธุรกิจอย่าง โทมัส ลีโอนาร์ด (Thomas Leonard) ชาวอเมริกัน ทำให้ไลฟ์โค้ชชิ่งและการอบรมโค้ชเป็นที่รู้จักมากขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1980 ถึงต้นทศวรรษ 1990 และในปี 1995 เขากับผู้ร่วมก่อตั้งได้ตั้งสหพันธ์โค้ชนานาชาติ (ICF) ขึ้นในสหรัฐอเมริกา
ต่อมา ICF ได้กำหนดสมรรถนะหลักของโค้ช จรรยาบรรณ และระบบรับรองคุณวุฒิ ในปี 2020 เปลี่ยนชื่อเป็น International Coaching Federation และในปี 2023 รายงานว่ามีผู้ถือใบรับรองกว่า 50,000 คนในมากกว่า 140 ประเทศและดินแดน
ICF อธิบายว่าโค้ชชิ่งคือการเป็นหุ้นส่วนกับผู้รับการโค้ชในกระบวนการที่ชวนคิดและสร้างสรรค์ เพื่อดึงศักยภาพออกมาทั้งในชีวิตส่วนตัวและการงาน โค้ชจะเน้นการตั้งคำถาม การฟัง และช่วยให้ความคิดกลายเป็นการกระทำที่จับต้องได้
โค้ชชิ่งมองที่ปัจจุบันและอนาคตเป็นหลัก เช่น เป้าหมาย ทางเลือก นิสัย และการทำตามที่ตั้งใจ โค้ชชิ่งไม่ใช่การบำบัด โค้ชไม่ได้วินิจฉัยหรือรักษาปัญหาสุขภาพจิต และแนวทางของ ICF ให้โค้ชรู้ว่าเมื่อใดที่เรื่องของผู้รับการโค้ชเกินขอบเขต และช่วยให้เขาไปพบผู้เชี่ยวชาญ
โค้ชชิ่งทำงานผ่านการพูดคุยและการไตร่ตรอง เน้นที่ความคิด และบางครั้งก็ชวนสังเกตความเครียด พลังงาน และกิจวัตรประจำวัน
คุยทำความรู้จัก
โค้ชหลายคนมีการโทรคุยเบื้องต้น เพื่อดูว่าเข้ากันได้ไหม และโค้ชชิ่งช่วยอะไรได้หรือไม่ได้
ตกลงร่วมกัน
ก่อนเริ่ม ตกลงเรื่องหัวข้อ จำนวนครั้ง ค่าบริการ และการรักษาความลับให้ชัดเจน
สำรวจสถานการณ์
โค้ชตั้งคำถามและรับฟัง เพื่อให้เราเล่าสถานการณ์และสิ่งที่อยากเปลี่ยน
วางแผนลงมือ
กำหนดขั้นตอนที่จับต้องได้ ซึ่งเราเลือกเองว่าจะทำก่อนนัดครั้งถัดไป
ติดตามผล
นัดถัดไปทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้น ได้เรียนรู้อะไร และควรปรับอะไร
เป็นการดูแลเสริม ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ได้
ในประเทศไทยมีโค้ชที่ทำงานทั้งภาษาไทย อังกฤษ และภาษาอื่น ๆ ทั้งแบบพบตัวในเมืองใหญ่และแบบออนไลน์ซึ่งพบได้บ่อย เราไม่พบใบอนุญาตเฉพาะสำหรับโค้ชในไทย พระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 ซึ่งกำกับวิชาชีพอย่างจิตวิทยาคลินิก ไม่ได้รวมตำแหน่งผู้ให้คำปรึกษาหรือโค้ชไว้ คุณภาพจึงขึ้นอยู่กับการอบรมของโค้ชแต่ละคน ใบรับรองสากลอย่างของ ICF (ACC, PCC, MCC) เป็นความสมัครใจ แต่ใช้เป็นจุดอ้างอิงได้ เพราะผูกกับสมรรถนะหลักและจรรยาบรรณของ ICF หากมีปัญหาสุขภาพจิต สายด่วน 1323 ของกรมสุขภาพจิตให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
โค้ชช่วยตั้งและไปให้ถึงเป้าหมาย เน้นปัจจุบันและอนาคต ผู้ให้คำปรึกษา (counsellor) ให้พื้นที่ปลอดภัยและเป็นความลับเพื่อพูดถึงความยากลำบากและหาทางออกด้วยตัวเอง นักจิตวิทยาคลินิกในไทยเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะที่มีใบอนุญาต ประเมินและบำบัดปัญหาสุขภาพจิตได้ ส่วนจิตแพทย์เป็นแพทย์ที่สั่งยาได้ด้วย
ไม่ได้ โค้ชไม่ได้รับการฝึกให้วินิจฉัยหรือรักษาปัญหาสุขภาพจิต โค้ชที่มีจรรยาบรรณจะแนะนำให้พบนักจิตวิทยา ผู้ให้คำปรึกษา หรือแพทย์ และบางครั้งก็โค้ชควบคู่ไปกับการดูแลนั้นได้
ไม่มีจำนวนตายตัว โค้ชหลายคนทำงานเป็นแพ็กเกจที่ตกลงกันตั้งแต่ต้น ลองเริ่มแบบสั้น ๆ ก่อนแล้วทบทวนว่าช่วยได้จริงไหม
ถามเรื่องการอบรม ใบรับรอง (เช่น จาก ICF) ประสบการณ์กับเรื่องแบบที่เราเจอ ค่าบริการ และการรักษาความลับ การคุยเบื้องต้นช่วยให้รู้ว่าเราสบายใจที่จะทำงานด้วยหรือไม่
บน pranathai
กรุงเทพฯ
เชียงใหม่
กรุงเทพฯ