ข้ามไปที่เนื้อหา
pranathai

จิตใจและการดูแลใจ

โซโฟรโลยี

วิธีผ่อนคลายจากยุโรปที่ผสมการหายใจ การเคลื่อนไหวเบา ๆ การรับรู้ร่างกาย และการจินตภาพเชิงบวก คิดค้นขึ้นในทศวรรษ 1960

ความหนักเบาเบา

ต้นกำเนิด

สเปน (มาดริด) คิดค้นโดยจิตแพทย์ประสาทวิทยาที่เกิดในโคลอมเบีย ต่อมาพัฒนาที่บาร์เซโลนาและแพร่หลายในสวิตเซอร์แลนด์และฝรั่งเศส

ประวัติ

คำนี้บัญญัติขึ้นในเดือนตุลาคม 1960 โดยอัลฟอนโซ ไกเซโด และพัฒนาวิธีต่อเนื่องจนถึงปี 2001

ใบอนุญาตในไทย

ไม่จำเป็น

01

ที่มา

โซโฟรโลยี (Sophrology) คิดค้นโดยอัลฟอนโซ ไกเซโด จิตแพทย์ประสาทวิทยาที่เกิดในประเทศโคลอมเบีย ขณะทำงานในมาดริดในยุคที่จิตเวชศาสตร์ยังใช้การช็อกไฟฟ้าและการทำให้โคม่าด้วยอินซูลิน เขาต้องการหาแนวทางที่อ่อนโยนกว่า จึงบัญญัติคำว่า sophrology ในเดือนตุลาคม 1960 และเปิดแผนกคลินิกในมาดริดในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน ชื่อนี้มาจากรากศัพท์กรีก มักแปลว่า "การศึกษาจิตสำนึกที่กลมกลืน"

ไกเซโดได้แรงบันดาลใจจากการสะกดจิต ปรากฏการณ์วิทยาของฮุสเซิร์ล การผ่อนคลายกล้ามเนื้อแบบก้าวหน้าของจาค็อบสัน และการฝึกออโตเจนิกของชูลทซ์ ระหว่างปี 1963–1968 เขาทำงานกับจิตแพทย์ลุดวิก บินสวังเงอร์ ในสวิตเซอร์แลนด์ และศึกษาโยคะ พุทธศาสนาแบบทิเบต และเซน ในอินเดียและญี่ปุ่น หลังย้ายไปบาร์เซโลนาในปี 1968 เขาพัฒนา "การผ่อนคลายแบบไดนามิก" ระดับแรก ๆ และขยายจนครบสิบสองระดับในปี 2001

แพทย์ชาวสวิส เรย์มงด์ อาเบรโซล ทำให้วิธีนี้เป็นที่รู้จัก โดยเฉพาะในหมู่นักกีฬา และช่วยเผยแพร่ไปทั่วโลกที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส ไกเซโดจดเครื่องหมายการค้า "Caycedian sophrology" แต่คำว่า sophrology เองไม่ได้รับการคุ้มครอง ปัจจุบันจึงมีหลายสำนักที่สอนแตกต่างกัน

02

หลักการ

โซโฟรโลยีผสมการฝึกหายใจ การผ่อนคลาย การเคลื่อนไหวง่าย ๆ ในท่านั่งหรือยืน การจินตภาพ และการมีสติจดจ่อ แนวคิดคือรับรู้ความรู้สึกในร่างกายมากขึ้น และเสริมสร้างทรัพยากรเชิงบวกในตัวเอง แทนที่จะจดจ่อแต่กับปัญหา

มักเน้นหลักสามประการ ได้แก่ มุ่งที่ทรัพยากรเชิงบวกภายใน การไม่ตัดสิน และการเข้าหาประสบการณ์ด้วย "ใจของผู้เริ่มต้น" เหมือนได้พบเป็นครั้งแรก

สิ่งที่ผู้คนมองหา

  • รับมือกับความเครียดในชีวิตประจำวัน
  • เตรียมตัวก่อนสอบ สัมภาษณ์ หรือแข่งขัน
  • ช่วยสร้างกิจวัตรการนอนที่ดีขึ้น
  • เตรียมตัวคลอดบุตร
  • รับมือกับผลทางอารมณ์จากความเจ็บป่วย ควบคู่กับการรักษาทางการแพทย์
  • เรียนรู้แบบฝึกง่าย ๆ ไว้ใช้ด้วยตัวเอง
03

ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร

โซโฟรโลยีเชื่อมการหายใจ การเคลื่อนไหวเบา ๆ และการจินตภาพ เพื่อเพิ่มการรับรู้ร่างกายและความเชื่อมโยงกับอารมณ์

1234
04

ขั้นตอนการรับบริการ

  1. 01

    พูดคุย

    คุยสั้น ๆ ถึงความรู้สึกในตอนนี้และสิ่งที่อยากฝึก

  2. 02

    ผ่อนคลาย

    ฟังเสียงนำของนักโซโฟรโลยี ผ่อนคลายร่างกายทีละส่วน มักในท่านั่งหรือยืน

  3. 03

    แบบฝึกเคลื่อนไหว

    การเคลื่อนไหวง่าย ๆ ประกอบการหายใจ ตามด้วยการหยุดเพื่อสังเกตผลที่เกิดขึ้น

  4. 04

    จินตภาพ

    จินตภาพแบบมีผู้นำที่เชื่อมกับเป้าหมาย เช่น รู้สึกสงบก่อนเหตุการณ์สำคัญ

  5. 05

    กลับมาและแลกเปลี่ยน

    กลับสู่ความตื่นตัวปกติแล้วเล่าประสบการณ์ ผู้ฝึกสอนบางคนแนะนำแบบฝึกไว้ทำต่อที่บ้าน

ข้อควรระวัง

  • หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยังจำกัด งานวิจัยที่ตีพิมพ์มีไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นการทดลองขนาดเล็กที่ให้ผลไม่ตรงกัน (เช่น งานทดลองขนาดใหญ่ชิ้นหนึ่งไม่พบประโยชน์ต่อสมรรถภาพร่างกาย และอีกชิ้นไม่พบความแตกต่างด้านอาการปวดเมื่อเทียบกับการฝึกแรงต้าน)
  • โซโฟรโลยีไม่ได้ใช้แทนการรักษาทางการแพทย์หรือจิตบำบัด และผู้ฝึกสอนไม่ควรอ้างว่ารักษาโรคได้
  • แบบฝึกการหายใจและจินตภาพอาจกระตุ้นอารมณ์ หากคุณมีบาดแผลทางใจ ภาวะโรคจิต โรคอารมณ์สองขั้ว หรือซึมเศร้ารุนแรง ควรปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาก่อนเริ่ม
  • หากแบบฝึกใดทำให้เวียนศีรษะ วิตกกังวล หรือนึกถึงความทรงจำที่ทำให้ทุกข์ใจ ให้หยุดและบอกผู้ฝึกสอน และขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญหากอาการยังอยู่
  • มาตรฐานการอบรมแตกต่างกันเพราะคำนี้ไม่ได้รับการคุ้มครอง ควรถามผู้ฝึกสอนว่าเรียนมาจากที่ไหนและนานเท่าใด

เป็นการดูแลเสริม ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำของแพทย์ได้

05

ในประเทศไทย

โซโฟรโลยีส่วนใหญ่ฝึกกันในยุโรป โดยเฉพาะสวิตเซอร์แลนด์และฝรั่งเศส ซึ่งมีการสอนให้นักเรียนนักศึกษา และมีบริษัทประกันในสวิตเซอร์แลนด์อย่างน้อยหนึ่งแห่งที่ให้เบิกได้ เราไม่พบแหล่งข้อมูลทางการ กฎระเบียบ หรือเอกสารภาษาไทยที่อธิบายโซโฟรโลยีในประเทศไทย จึงน่าจะยังพบได้ไม่บ่อยนัก ผู้ที่ให้บริการในไทยไม่ได้อยู่ภายใต้มาตรฐานเฉพาะของไทย การตรวจสอบการอบรมของผู้ฝึกสอนจึงสำคัญเป็นพิเศษ

คำถามที่พบบ่อย

โซโฟรโลยีเหมือนการทำสมาธิไหม

ยืมหลายอย่างมาจากสมาธิ โยคะ และเซน แต่เพิ่มวิธีผ่อนคลายแบบตะวันตก การเคลื่อนไหวเบา ๆ และจินตภาพ และสอนเป็นวิธีที่ไม่อิงศาสนา

งานวิจัยว่าอย่างไร

งานวิจัยยังมีน้อย การทดลองขนาดเล็กบางชิ้นชี้ถึงประโยชน์ต่อความวิตกกังวลหรือคุณภาพชีวิต แต่บางชิ้นไม่พบผลต่อตัวชี้วัดหลัก ยังต้องการงานวิจัยคุณภาพดีอีกมาก

ต้องมีร่างกายยืดหยุ่นหรือแข็งแรงไหม

ไม่จำเป็น ท่าทางเรียบง่ายและนุ่มนวล ผู้ฝึกสอนสามารถปรับให้เหมาะกับความสามารถของคุณได้

ปกติต้องฝึกกี่ครั้ง

แต่ละโปรแกรมต่างกัน ในงานวิจัยใช้ราวหกถึงแปดครั้ง เป็นต้น หลายคนฝึกแบบสั้น ๆ ด้วยตัวเองระหว่างครั้งด้วย

ศาสตร์อื่นในหมวดจิตใจและการดูแลใจ

บน pranathai

ค้นหาผู้ให้บริการโซโฟรโลยี

ยังไม่มีผู้ให้บริการศาสตร์นี้บน pranathai คุณเป็นผู้ให้บริการในเมืองนี้ไหม สร้างหน้าโปรไฟล์ฟรี

แหล่งข้อมูล

  1. Wikipedia – Sophrology
  2. Romieu H et al. (2018) Efficiency of physiotherapy with Caycedian Sophrology on children with asthma: a randomized controlled trial. Pediatric Pulmonology (abstract)
  3. Silva HJA et al. (2019) Sophrology versus resistance training for treatment of women with fibromyalgia: a randomized controlled trial. J Bodyw Mov Ther (abstract)
  4. Moreau J et al. (2026) Remote sophrology in congenital heart disease: the SOPHROCARE randomized controlled trial. Eur J Cardiovasc Nurs (abstract)
  5. Dutheil F et al. (2023) SOphrology intervention to improve WELL-being in hospital staff (SO-WELL): protocol for a randomized controlled trial. IJERPH